15 ข้อดีของเครื่องอ่านหนังสือ Kindle คลังหนังสือฉบับพกพา

15 ข้อดีของเครื่องอ่านหนังสือ Kindle คลังหนังสือฉบับพกพา

ฉันรู้จักกับเจ้าอุปกรณ์อ่านหนังสือ Kindle เป็นครั้งแรกในวันที่ได้รับเป็นของขวัญวันเกิด ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับมันสักเท่าไหร่ เพราะปกติชอบอ่านหนังสือที่ได้จับรูปเล่มจริงๆ มากกว่า แต่พอได้ลองใช้ดูก็พบว่า Kindle มีประโยชน์มากกว่าที่คิด Amazon Kindle คือเครื่องอ่าน ebook เป็นผลิตภัณฑ์ของ Amazon ที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้เหมาะสำหรับการอ่านอีบุ๊คโดยเฉพาะ หน้าตาจะคล้ายไอแพด แต่ใช้สำหรับอ่านหนังสืออีบุ๊คได้ดีกว่าด้วยฟีเจอร์เฉพาะตัวของ Kindle Paperwhite

บล็อกนี้เลยตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อแชร์ข้อดีของเครื่องอ่านหนังสือ Kindle ไม่แน่ว่า พอได้รู้ข้อดีของเจ้าอุปกรณ์นี้ถึง 15 ข้อแล้ว ไม่ว่าคุณจะมองว่าตัวเองเป็นหนอนหนังสือหรือไม่ ก็อาจจะอยากซื้อเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก หรือมี Kindle เป็นบัดดี้ติดกระเป๋าไว้เหมือนกัน มาดูกันว่า Kindle ทำอะไรได้บ้าง

 

1. การใช้เครื่องอ่านหนังสือ Kindle ช่วยฝึกภาษาอังกฤษได้ดีกว่า

ให้ข้อนี้เป็นข้อแรกเลยเพราะฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ Kindle ทำได้ดีมากๆ ในเครื่องจะมีฟีเจอร์ Wordwise ที่ทำหน้าที่แปลคำศัพท์ยากๆ ด้วยการกำกับคำอธิบายภาษาอังกฤษหรือคำพ้องความหมาย (synonym) ไว้ใกล้ๆ เลยทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยสามารถปรับได้ว่าอยากให้แปลศัพท์อีบุ๊คภาษาอังกฤษมากน้อยในระดับไหน

ฉันอยากอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้มากขึ้น แต่เวลาที่เจอกับคำศัพท์ยากๆ ตอนอ่านหนังสือที่เป็นรูปเล่ม ก็ต้องมาคอยนั่งเปิดดิกอยู่บ่อยๆ ทำให้ใช้เวลาอ่านนานเกินไปจนท้อ ฉันเลยชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษด้วย Kindle มากกว่า เพราะอ่านได้อย่างต่อเนื่อง

 

2. ประหยัดค่าหนังสือได้มากขึ้น

Kindle คือเครื่องอ่าน ebook ที่เป็นผลิตภัณฑ์จาก Amazon เราสามารถล็อกอินและสั่งซื้อ ebook ด้วยการดาวน์โหลดหนังสือจากคลังหนังสือออนไลน์ของ Amazon ได้ ซึ่งมีเป็นหลายพันรายการ ราคาของอีบุ๊คมักจะถูกกว่าหนังสือที่เป็นรูปเล่มและมีโปรโมชั่นลดราคาอยู่เป็นประจำ

อย่างหนังสือที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่าง Sapiens หนังสือรูปเล่มราคา 16.58 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ Kindle เสนอราคาอีบุ๊คอยู่ที่ 10.83 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2021)

ประหยัดไปได้หลายบาทเหมือนกันนะ ทำให้สะสมเงินส่วนนี้ไว้ไปซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่มได้อีกหลายเล่มเลยล่ะ

 

3. เน้นข้อความบนเครื่องอ่านหนังสือ Kindle ได้แบบไม่ต้องกลัวเลอะ!

ฟีเจอร์ไฮไลท์ของ Kindle หลายๆ คนน่าจะไม่กล้าไฮไลท์บนหนังสือที่เป็นรูปเล่มจริงๆ เหมือนกัน แต่ฟีเจอร์สุดเจ๋งของเครื่องอ่านหนังสือ Kindle อย่าง Highlight ให้เรากดค้างไว้บนตัวอักษรแล้วลาก เพื่อเน้นประโยคที่ชอบเก็บไว้ได้แบบไม่ต้องกลัวเลอะ! จะได้กลับมาทบทวนเนื้อหาสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

ฉันลองใช้ไฮไลท์ตอนอ่านหนังสือเรื่อง Ikigai: the Japanese’s secret to a long and happy life แล้วกลับมาอ่านซ้ำ แปล และสรุปใหม่ออกมาเป็น อิคิไก (IKIGAI) แนวทางดำเนินชีวิตที่สมดุลอันนำมาซึ่งความสุขตามแบบฉบับของคนโอกินาว่า หนึ่งในบล็อกที่ฉันชอบมากที่สุด 

ฉันพยายามไม่อ่านแบบผ่านๆ ไป เพราะเดี๋ยวก็ลืม แต่ถ้าได้ไฮไลท์เนื้อหาสำคัญ และจดสรุปไว้ด้วยจะจดจำมันได้ดีขึ้น และได้เรียนรู้จากการอ่านจริงๆ

 

4. เครื่องอ่านหนังสือ Kindle ถูกออกแบบมาให้เหมือนหน้ากระดาษหนังสือจริง

เครื่องอ่านหนังสือ Kindle ถูกออกแบบมาอย่างดี ให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าได้อ่านบนหน้ากระดาษหนังสือจริงๆ ทั้งรูปทรงที่ถนัดมือ และสีของหน้าจอที่ช่วยถนอมสายตา ซึ่งดีกว่าการอ่านอีบุ๊คผ่านมือถือหรือแท็บเล็ตที่ตัวอักษรอาจจะเล็ก และแสงของหน้าจอจ้าจนเกินไปสำหรับการอ่าน

 

5. ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟอ่านหนังสือ

หากอยากอ่านหนังสือตอนกลางคืน ปกติก็ต้องเปิดไฟสำหรับอ่านหนังสือกันด้วยใช่ไหมคะ แต่สำหรับเครื่องอ่านหนังสือ Kindle ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะสามารถปรับแสงสว่างหน้าจอมากน้อยได้ตามต้องการ แต่ยังคงถนอมสายตาได้ดีกว่าการอ่านอีบุ๊คบนมือถือหรือแท็บเล็ต

คนที่ชอบอ่านหนังสือเล่นก่อนนอนน่าจะชอบฟีเจอร์นี้ของ Kindle เหมือนกันกับฉันแน่ๆ

 

6. พกพาได้สะดวก

เครื่องอ่านหนังสือ Kindle พกพาได้สะดวกเพราะทั้งบางและมีน้ำหนักเบา แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระการพกหนังสือหลายๆ เล่มไว้ในกระเป๋าเดินทางด้วย โดยเฉพาะหนังสือเล่มหนาๆ ทั้งหลาย นักเดินทางหลายคนเลยชอบพก Kindle ไว้ในแบ็คแพ็ค แทนที่จะต้องแบกหนังสือหลายเล่มไปด้วยทุกที่ให้หนักเสียเปล่าๆ

ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เดินทางค่อนข้างบ่อย เลยตั้งใจว่าจะซื้ออีบุ๊คผ่าน Kindle มาอ่านให้มากขึ้น เพราะไม่สามารถพกหนังสือที่ซื้อไปด้วยได้ทุกที่ แต่ถ้ามี Kindle แค่เครื่องเดียว ก็เหมือนมีคลังหนังสือพกพาไว้กับตัว เพราะ Kindle เครื่องหนึ่งสามารถจุหนังสือได้เป็นพันเล่มเลยนะ!

 

7. ประหยัดกระดาษ

หลายครั้งที่ฉันซื้อหนังสือมา พออ่านเสร็จแล้วก็มักจะปล่อยไว้ให้ฝุ่นขึ้นซะเปล่าๆ พอเห็นแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ จนต้องปล่อยขายเป็นหนังสือมือสองไปบ้าง แต่ก็ทำแบบนี้ไม่ได้สำหรับทุกเล่ม

แต่เครื่องอ่าน ebook อย่าง Kindle ช่วยให้เราไม่ต้องมีกองหนังสือที่ถูกลืมเหมือนเดิมอีกต่อไป ได้ประหยัดกระดาษ และนั่นก็หมายความว่าเราได้เซฟทรัพยากรโลกที่สำคัญอย่างต้นไม้ไปในตัวด้วย

 

8. ประหยัดพลังงาน

เครื่องอ่านหนังสือ Kindle มีหน้าจอแบบ e-​ink ที่เป็นขาวดำ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าหน้าจอ LCD บนแท็บเล็ตทั่วไป ชาร์จไฟ Kindle จนเต็มแค่ครั้งเดียวอยู่ได้นานเป็นเดือนเลยล่ะ

 

9. ปรับขนาดตัวอักษรได้

Kindle ยังสามารถปรับขนาดตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย จะเล็กหรือใหญ่ขนาดไหนก็ได้หมด

 

10. เช็คความคืบหน้าในการอ่านหนังสือของเราได้

ที่มุมด้านล่างซ้ายของ Kindle จะมีการประมาณ % และเวลาให้ด้วยว่าเหลืออีกประมาณกี่เปอร์เซ็นต์และอีกที่นาทีเราถึงจะอ่านจบบท เป็นตัวช่วยสำหรับเราว่าจะอ่านต่อหรือพอแค่นี้

พอเห็นว่าใกล้จบบทแล้ว ก็ต่ออีกนิดให้อ่านจนจบบทไปเลย

 

11. กันน้ำได้

ข้อดีอีกอย่างของ Kindle ที่ดีกว่าหนังสือที่เป็นรูปเล่มก็คือ สามารถกันน้ำได้นานถึง 30 นาที ถ้าเผลอทำหล่นใส่สระน้ำเข้า ทำให้เราอ่านหนังสือริมทะเล หรือพกใส่กระเป๋าไปด้วยทุกทีแบบไร้กังวลได้ ต่างจากหนังสือที่เป็นรูปเล่มที่โดนน้ำนิดหน่อยก็เป็นรอยและบวมซะแล้ว

 

12. ดูรีวิวหนังสือได้

มีหนังสือดีๆ มากมายรอให้เราหยิบมาอ่านและเรียนรู้ผ่านตัวอักษรในหนังสือเหล่านั้น แต่ใช่ว่าทุกเล่มจะโดนใจเราไปซะหมด การดูรีวิวที่นักอ่านคนอื่นๆ เขียนเอาไว้ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มใหม่มาอ่านได้ง่ายขึ้น เพราะการมองแค่หน้าปกหรือชื่อเรื่อง อาจไม่เพียงพอให้เราสามารถตัดสินใจและมั่นใจว่าเราจะอ่านหนังสือเล่มนั้นได้จนจบ (และลงเอยด้วยการชอบหนังสือเล่มนั้น)

 

13. โหลดหนังสือฟรีได้

ในคลังหนังสือ Kindle ของ Amazon ยังมีหนังสือคลาสิกหลายเล่มที่ให้เราสามารถโหลดมาอ่านได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักบาท

 

14. โหลดไฟล์ PDF ไว้อ่านใน Kindle ได้

นอกจากหนังสือในคลังหนังสือ Kindle ของ Amazon แล้ว เรายังสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF หรือ E-book อื่นๆ เข้ามาอ่านในเครื่องอ่านหนังสือ Kindle ได้ ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการเชื่อมต่อ USB ของ Kindle เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วทำการย้ายไฟล์ หรือแค่ส่งผ่านอีเมลที่เชื่อมต่อไว้กับ Kindle

 

15. สั่งซื้อหนังสือได้สะดวก

วิธีสั่งซื้อ Kindle ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่คุณมีบัญชีของ Amazon ก็สามารถสั่งซื้อเครื่องอ่าน ebook Kindle ได้ และจ่ายเงินผ่านบัตรเดบิต/เครดิต เท่านี้อีบุ๊ค Kindle ก็จะมาปรากฎอยู่ในเครื่องอ่านหนังสือ Kindle ของคุณแล้วภายในไม่กี่วินาที เป็นการซื้อหนังสือออนไลน์แบบไม่ต้องเสียค่าขนส่ง และไม่ต้องรอนานหลายวันด้วย

 

เชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ คนน่าจะชอบการอ่านหนังสือที่ได้จับรูปเล่มมากกว่า เพราะฉันเองก็เคยเป็นแบบนั้น แต่ด้วยความที่ผู้เขียนต้องเดินทางบ่อย และพยายามซื้อของให้น้อยที่สุด เพราะไม่อยากแบกเป้ที่มีของเยอะจนเกินไป Kindle เลยตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมากๆ

แต่สำหรับใครที่อยากอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้มากขึ้นเหมือนกับผู้เขียนล่ะก็ ลองเปิดใจให้กับ Kindle ดู เพราะ Wordwise ทำให้เราอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ง่ายและสนุกมากขึ้นจริงๆ แถมยังมีข้อดีอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนอย่างที่ได้เล่าให้ฟังกันไป หากใครสนใจก็สามารถสั่งซื้อ Kindle บน Amazon ได้เลย ซึ่ง Kindle มีหลายรุ่นและราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 125 ดอลลาร์หรือ 4,000 บาท

 

เครื่องอ่านหนังสือ Kindle

พก Kindle ขึ้นไปอ่านด้วยที่หมู่บ้าน Juta, เมือง Kazbegi ประเทศจอร์เจีย

 

ต่อให้เป็นอีบุ๊ค แต่ก็ให้ความสนุกจากการอ่านได้ไม่แพ้กัน เผลอๆ 15 ข้อดีนี้อาจทำให้สนุกและอยากหยิบมาอ่านมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ
 
ลองดูค่ะ 🙂

 

 

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.