“สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งาน” by Inspire English

“สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งาน” by Inspire English

สวัสดีค่ะทุกคน เราได้มีโอกาสไปสัมนาฟรีในหัวข้อ “สัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งาน” จากสถาบันสอนภาษาอังกฤษ Inspire English ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างคุณครูสอนภาษาอังกฤษที่สถาบันและฝ่าย HR เก่าของบริษัทชื่อดังอย่าง Toyota แล้วอยากสรุปความรู้ที่ได้รับมาไว้ในนี้ เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับการสัมภาษณ์งานของทุกคนกันค่ะ

เริ่มจากกิจกรรมถาม-ตอบกับเพื่อนๆที่มาสัมนาด้วยกัน (Ice breaking)

  • Where are you from ? – I am from Bangkok, Thailand.
  • What do you do now ? (ถามถึงอาชีพที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน) – I am an auditor.
  • What kind of job are you looking for ? (กำลังมองหางานแบบไหนอยู่) – I am looking for a digital marketing job.
  • Can you tell me one thing about you ? (บอกเกี่ยวกับข้อดีหรือจุดเด่นของตัวเอง) – I can speak Thai, English and Japanese.

คำถามที่อาจจะเจอในตอนสัมภาษณ์

  • How would you describe yourself ? (ช่วยอธิบายเกี่ยวกับตัวคุณให้ฟังหน่อย) – I am adaptable, diligent and friendly.
  • What is your strength ? (จุดแข็งของคุณคืออะไร) – My strength is hardworking.

Adjective to describe personalities

Attentive to detail (ใส่ใจในรายละเอียด), Adaptable (ปรับตัวได้ง่าย), Diligent (ขยัน), Determined (มุ่งมั่น), Friendly (เป็นมิตร), Reliable (น่าเชื่อถือ), Punctual (ตรงต่อเวลา), Flexible (มีความยืดหยุ่น), Honest (ซื่อสัตย์), Practical (ทำงานเป็น), Serious (จริงจัง), Persuasive (โน้มน้าวเก่ง), Caring (ใส่ใจ), Generous (มีน้ำใจ), Considerate (รู้จักเกรงใจ), Optimistic (มองโลกในแง่ดี), Patient (มีความอดทน), Creative (มีความคิดสร้างสรรค์), Inspiring (มีแรงบันดาลใจ), Rational (มีเหตุผล)

(ลองตอบคำถามดูซิว่ามีคำไหนที่อธิบายความเป็นตัวคุณได้บ้าง)


  • Tell me about yoursel= Introduce yourself, current position, education background
  1. My name is ________________ .
  2. I graduate with a bachelor’s degree/master’s degree in field of study from place of education(จบการศึกษาจากปริญาตรี/โท จากสาขาวิชา … จากมหาวิทยาลัย …)
  3. I am a fresh graduate. (นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆเอาไปใช้ได้)
  4. I am currently working as a/an position at organization . (ปัจจุบันทำงานตำแหน่งอะไร ที่ไหน) My main responsibilities are ________________ . (หน้าที่ที่รับผิดชอบส่วนใหญ่คืออะไร)

Example:

My name is Treesukondh Chiramakara. You can call me “Tree”. I graduated with a bachelor’s degree in Accounting Major in English program, School of management at Mae Fah Luang University in Chiang Rai, Thailand. I am currently working as an auditor at Deloitte, Thailand. My main responsibilities are financial statements auditing and information analyzing for the companies. This career makes me to be diligent and attentive to detail and teaches me how to communicate well with customers, well organized and being the senior in charge to guide junior how to work. I always need to work to meet the deadline. I have a passion in traveling. My hobby is writing blogs about travel, art and cafe in my website called “takemeaway.life”. Traveling allows me to solve uncomfortable/unexpected problems quickly and can think on my feet. My years of experience have prepared me well of this job. I believe that my experience and ability will be an asset to your company and your team.

Tips 

*You can call me (nickname). มันน่าเบื่อไปแล้ว –> What do you go by? (จะให้ฉันเรียกคุณว่าอะไร) – I go by Tree. (ชื่อเล่นชื่อตรีค่ะ) = เป็นวิธีการบอกชื่อเล่นอีกแบบนึง

*เราสามารถบอกเกี่ยวกับงานอดิเรกของเราได้ โดยพยายามลิ้งไปถึงงานให้ได้ว่าดีอย่างไร

*Think on my feet เป็นสำนวน แปลว่า สามารถคิดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี 

*I believe that my experience and ability will be an asset to your company and your team. asset แปลตรงตัวแปลว่าสินทรัพย์ ประโยคนี้เป็นประโยคสวยๆที่ไว้ใช้พูดตอนจบได้ว่าเราเชื่อว่าประสบการณ์และความสามารถของเราสามารถเป็นประโยชน์ให้กับบริษัทได้อย่างมาก (ขายของให้เค้าเลือกเรา)

*ถ้าเค้าถามว่า What did you do? หรือ ตอนนี้ไม่ได้ทำงานอะไรก็สามารถใช้ Past tense (V2) แทนตัวอย่าง Present tense ด้านบน ex. I was an auditor at Deloitte, Thailand.


  • What will you do in 5 years from now? = where do you see yourself (วางอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้าไว้อย่างไร)
  1. I am going to be __________ . / I will be __________ . (จะเป็นอะไร)
  2. I would like toverb . (อยากจะทำอะไร)
  3. I would like to be + noun. (อยากจะเป็นอะไร)

Example

I would like to grow with your company. I would like to learn more and develop myself with this company to be as a senior in the future.  I would like to gain a better knowledge and understanding of this job. I am eager to develop my writing and communication skill to be good as much as I can for content editor.

* eager เป็น adjective ต้องใช้คู่กับ Verb to be ณ ที่นี้แปลว่า กระตือรือร้น กระหายที่จะเรียนรู้

*ต่อให้จะอยากลาออกก่อน 5 ปีก็ต้องบอกว่าอยากโตไปกับบริษัทไว้ก่อนนะ !

ทางคุณครูได้จัดพวกเราเป็นกลุ่มเพื่อให้ได้แต่งประโยคของตัวเองและฝึกพูดกันจริงๆ โดยคุณครูจะคอยแนะนำว่าควรจะพูดอย่างไร คำไหนที่ควรใช้ มีอะไรควรแก้ไขบ้าง เป็นรายคนเลยดีเดียว

Unexpected Questions (คำถามที่อาจจะโดนถามได้อย่างไม่คาดฝันมาก่อน)

  1. How much salary do you expect ? (อยากได้เงินเดือนประมาณเท่าไหร่) – I would expect to be paid in an appropriate range base on my experience. (อาจจะไม่ต้องบอกเท่าไหร่ แต่ตอบสวยๆไปว่าคาดหวังว่าจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับประสบการณ์การทำงานที่สั้งสมมาค่ะ เอ้อออ เอาสิ)
  2. Do you prefer working alone or as a team? (ชอบทำงานคนเดียวหรือทำงานร่วมกับคนอื่น) – I would rather work as a team because working by sharing ideas is more productive and effective. (ต่อให้ชอบทำงานคนเดียวใจจะขาดก็ต้องบอกว่าชอบทำงานเป็นกลุ่มไว้ก่อนนะ เพราะโลกแห่งความจริง งานๆนึงมันต้องร่วมด้วยช่วยกัน งานถึงจะสำเร็จ)
  3. Do you have any question ? (มีคำถามอะไรจะถามไหม) – Yes, I do. What is the next step of the interview process ? How should I prepare myself for this job? (ห้ามเงียบ ห้าม Blank เด็ดขาด เพราะเค้าอยากจะดูว่าเราพยายามพูดรึปล่าว ลองถามเกี่ยวกับว่าขั้นตอนต่อไป จะเป็นยังไง ประกาศผลเมื่อไหร่ หรือ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง รับไม่รับไม่รู้ แต่จะเตรียมตัวละนะ แสดงให้เห็นว่าเราอยากทำงานกับเค้าจริงๆ)

ทำยังไงให้เค้าเลือกเรา ? – ผู้สัมภาษณ์ที่สัมภาษณ์พนักงานมาแล้วนับไม่ถ้วน บอกไว้ว่า..

  1. ความสามารถพื้นฐาน จบมาตรงสายไหม GPA, TOEIC เท่าไหร่ อาจจะคัดจาก 100 เหลือ 50 คน
  2. เลือกคนที่เหมาะสมกับงาน ณ เวลานั้นที่สุด ไม่ใช่เก่งที่สุด = เข้ากันได้
  3. Passion = ใจซื้อใจ –> แสดงให้เห็นว่าอยากทำงานที่นี่จริงๆ

มาเรียนรู้กันว่าคุณเป็นคนประเภทไหน ?

ในการทำงาน คุณให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด ให้เลือกมา 2 อย่างจาก 4 อย่างคือ พูด ฟัง งาน คน

เช่น ถ้าคุณเลือก การพูด และ คนที่ทำงานด้วยนั้นสำคัญ คุณจะมีบุคลิกเหมือน “นักแสดง” เหมือนรูปทางด้านบนขวา

*คนสัมภาษณ์จะมองหาจุดอ่อนของแต่ละบุคลิกแล้วยิงคำถามใส่ !

  • ผู้นำ = กล้าตัดสินใจ + ทำงานไว 

จุดอ่อน : ไม่บอกด้านไม่ดีของตัวเอง

ด่านหิน : ให้พูด Present เกี่ยวกับอะไรซักอย่าง แล้วให้บอกว่าเมื่อกี้ตัวเองทำผิดพลาดหรือไม่ดีตรงไหนบ้าง

  • นักแสดง = ชอบทำให้คนรอบข้างมีความสุข

จุดอ่อน : สร้างกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ไม่มีวินัย ไม่น่าเชื่อถือ (นั่นมันเราชัดๆ)

ด่านหิน : เราเป็นหัวหน้า น้องทำงานเสร็จเร็ว ขอกลับก่อน เราก็ ok

  • นักวิชาการ = น่าเชื่อถือ (มีออร่า)

จุดอ่อน : เครียดง่าย + เก็บไว้ ไม่ปล่อยวาง

ด่านหิน : โดนถามว่าเคยเจองานหนักๆจนร้องไห้ไหม ? (อาจเกิดคำถามว่าจะเหมาะกับงานที่มี pressure เยอะๆรึเปล่า)

  • ที่ปรึกษา = รับฟังและเข้าใจ

จุดอ่อน : ขอไม่ตัดสินใจ ไม่อยากทำร้ายคนอื่น

ด่านหิน : สัมภาษณ์ตำแหน่งเดียวกันกับเพื่อน ยอมให้เพื่อนได้รับเลือกได้ง่ายๆ

(ทำความรู้จักกับตัวเอง แล้วกำจัดจุดอ่อนนั้นกันเลย)

แล้วถ้าบุคลิกเหล่านั้นเป็นของผู้สัมภาษณ์เองละ เราจะทำยังไงให้ถูกจริตเค้า ?

  • ผู้นำ –> ตอบคำถามให้ตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม ชักแม่น้ำทั้ง 5
  • นักแสดง –> คุยด้วยรอยยิ้มและความสุข พูดถึงความสามารถและการพัฒนาคน
  • นักวิชาการ –> คุยด้วยข้อมูล ไม่คิดไปเอง
  • ที่ปรึกษา –> คุยด้วยความสุภาพ, อ้อนๆหน่อย และให้ความสำคัญกับตัวตนของเค้า

(สังเกตุบุคลิกภาพของผู้สัมภาษณ์ แล้วใช้วิธีดังกล่าวไปพิชิตใจกันเลย)

“ขอบคุณ Inspire English สำหรับสัมนาดีๆแบบนี้นะคะ จาก ตรี นักเรียน class A2 ค่ะ 🙂 “

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย : Inspire English : ภาษาอังกฤษ พูดชัด พูดคล่อง พูดได้จริง

พิกัด : Inspire English Map

วิธีเดินทาง : กรณีมาทาง BTS
1. ลงสถานีชิดลม > ออกทางออกที่4
2. เดินมาเรื่อยๆ เลี้ยวขวาเชื่อมเข้าห้าง Mercury Ville
3. ลงบันไดเลื่อนมาชั้น1 > ทะลุออกมานอกห้างทาง ร้าน Lawson108
4. จะเห็นอาคารปิยะเพลสที่อยู่ด้านหลังห้าง Mercury Ville
5. ขึ้นลิฟอาคารปิยะเพลส มาชั้น15

Picture Reference : https://unsplash.com