เที่ยวเบอร์ลิน (Berlin) ตอนที่ 1: แนะนำวิธีซื้อตั๋วรถไฟในเบอร์ลินและพาเดินเล่นในตลาดนัดอินดี้วันเสาร์ (Flohmarkt im Mauerpark)

เที่ยวเบอร์ลิน (Berlin) ตอนที่ 1: แนะนำวิธีซื้อตั๋วรถไฟในเบอร์ลินและพาเดินเล่นในตลาดนัดอินดี้วันเสาร์ (Flohmarkt im Mauerpark)

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: Crazy Creative and Hard City

เราถามแฟนที่เป็นคนเยอรมันว่าถ้าให้นิยามคำ 3 คำให้กับเบอร์ลินจะนิยามว่าอะไร? เค้าตอบกลับมาว่า “Crazy Creative and Hard”

Crazy

ภาพ street art บนกำแพงเบอร์ลินบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ East Side Gallery เป็นภาพของธงชาติของเยอรมันและอิสราเอล (ชาวยิว) ที่อยู่บนผืนเดียวกัน

ขอเตือนเพื่อนๆ ไว้ก่อนเลยว่า หากเดินเล่นอยู่ตามถนนในเบอร์ลินอยู่ดีๆ อาจจะเจอคนบ้าหลายๆ คนตามถนนเข้าได้ เดินพูดคนเดียวบ้าง นั่งคุยคนเดียวกับตุ๊กตาหมีบ้าง เพราะเราเจอกับตัวเองมาแล้ว ได้แต่เดินเร็วๆ รีบผ่านพวกเค้าไป นอกจากคนบ้าแล้วก็ยังมีคนไร้บ้านและขอทานจำนวนไม่น้อยเลย ครั้งนึงเราเดินเล่นอยู่เพลินๆ ที่ใต้สะพาน Oberbaum Bridge ก็มีคนหน้าตาดีเข้ามาขอเงินแถมพูดภาษาอังกฤษได้ชัดแจ๋วเลยประมาณว่า “พวกคุณกำลังมีช่วงเวลาที่ดีที่นี่ พอจะช่วยแบ่งเศษเงินให้ผมหน่อยได้ไหม? ” เราได้แต่ส่ายหน้าและเดินหนี แต่นั่นก็เป็นครั้งเดียวที่เจอว่ามีคนเดินเข้ามาขอเงินถึงตัวแบบนี้

Creative

Street art ย่าน Prenzlauer Berg

เบอร์ลินขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสตรีทอาร์ต (The capital of street art) เราเห็นด้วยอย่างที่สุดเพราะไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เห็น street art ได้ทุกที่ ทั้งสถานีรถไฟ ตามกำแพงของตึกร้าง ตึกเก่าสวยๆ แม้กระทั่งตามตึกใหม่ๆ และอาคารบ้านเรือนเองก็ตาม อาจดูสกปรกรกหูรกตา แต่มองในอีกแง่เราว่ามันเป็นสีสันของเมืองนี้ บ่งบอกถึงอิสระของคนที่นี่ว่าอยากจะเพ้นท์กำแพงแสดงออกด้วยตัวอักษรหรือภาพวาดที่ออกแบบมาด้วยตัวเองยังไงก็ได้ ให้คนในเมืองหรือคนที่มาเยี่ยมเยียนอย่างเราๆ ได้เห็นจนกลายเป็นอีกสัญลักษณ์คู่กับเบอร์ลินไปแล้ว เมืองนี้ไม่หัวโบราณ (traditonal) เหมือนเมืองอื่นๆ ในประเทศเยอรมัน มีร้านอาหารหลากหลายทั้งจากฝั่งยุโรปเองและเอเชีย เดินๆ เล่นในเมืองก็จะเห็นคนมาจากหลายเชื้อชาติ ทั้งมาเที่ยวหรือขายของและเร่เล่นดนตรีมากมายที่ตลาดหรือตามทางเดิน ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับทุกคน แม้แต่คนเยอรมันเองก็ออกปากว่าตกหลุมรักเมืองนี้ !

Hard

ภาพ street art บนกำแพงเบอร์ลินบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ East Side Gallery ภาพแสดงถึงปีที่มีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นมากั้นระหว่างเยอรมันตะวันตกและตะวันออก ใครพยายามหลบหนีไปฝั่งตะวันตกได้ถูกยิงจนถึงแก่ชีวิตในช่วง 29 ปีมีคนตาย 136 คน

เพราะเมืองนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ หลังจากประเทศเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เบอร์ลินที่เป็นเมืองหลวงจึงถูกแยกออกจากกันเป็น 4 ส่วนให้ฝั่งประเทศที่ชนะสงครามแบ่งกันไปดูแล ฝั่งตะวันตกทางเหนือ กลาง และใต้ตกเป็นของอังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกาตามลำดับ ซึ่งภายหลังได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวจนกลายเป็นเบอร์ลินฝั่งตะวันตก ส่วนฝั่งตะวันออกตกเป็นของรัสเซีย

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อาคารและบ้านเรือนต่างๆ ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ผู้คนพากันอดอยากไม่มีอะไรจะกิน ไม่มีแม้แต่ฟืนไว้เผาไฟให้ไออุ่น วันเวลาผ่านไป.. เศรษฐกิจของทุนนิยมในประเทศเยอรมันฝั่งตะวันตกก็ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เศรษฐกิจของคอมมิวนิสต์ในประเทศเยอรมันฝั่งตะวันออกกลับไม่ดีเท่า สมบัติส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเจ้าของเป็นในนามของประเทศแทน คนเห็นว่าฝั่งตะวันตกเศรษฐกิจดีกว่าเลยต่างพากันย้ายไปฝั่งตะวันตกกันมากขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลฝั่งตะวันออกเลยมีคำสั่งให้สร้างกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) ขึ้นมา ใครพยายามหนีออกจากประเทศจะถูกยิง! ผู้คนฝั่งตะวันออกอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็เกิดการประท้วงต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพื่อเป็นอิสระจากปกครองแบบเผด็จการมาเป็นทอดๆ เริ่มจากโปแลนด์ ฮังการีส่งผลมาถึงคนเยอรมันในฝั่งตะวันออกเองร่วมประท้วงบ้าง หลังจากผู้นำของรัสเซียอย่างสตาร์ลิน (Starlin) เสียชีวิตลง ผู้นำคนใหม่ค่อยๆ เริ่มให้สิทธิเสรีภาพต่อคนเยอรมันมากขึ้น จนในที่สุดก็ได้ประกาศว่าจะอนุญาตให้คนเยอรมันฝั่งตะวันออกสามารถเดินทางไปฝั่งตะวันตกได้ และวันแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเยอรมันก็มาถึง วันที่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลายลง ไม่มีเยอรมันตะวันตกหรือตะวันออกอีกต่อไป..

เบอร์ลินกลายเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งในทันที ผู้คนแห่กันไปตั้งรกรากฝั่งตะวันตกกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า บ้านเรือนในฝั่งตะวันออกถูกทิ้งให้รกร้างไม่มีเจ้าของ หลายคนเข้าไปยึดบ้านร้างเหล่านั้นมาเป็นสมบัติของตัวเอง ปัจจุบันก็อาจจะเห็นอาคารที่ถูกทิ้งร้างให้เห็นอยู่ในฝั่งตะวันออก เบอร์ลินเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับสองของยุโรปรองจากลอนดอนในประเทศอังกฤษ กรุงเบอร์ลินเป็นเมืองใหญ่ที่ร่ำรวยทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และการใช้ชีวิต

วิธีซื้อตั๋วรถไฟในเบอร์ลิน

เราอยู่ที่เบอร์ลินเป็นเวลาทั้งหมด 1 อาทิตย์แต่เข้ามาในตัวเมืองเบอร์ลิน เดินเล่นเตร็ดเตร่ตามสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆ แค่ 2 วัน นอกนั้นพักอยู่ที่บ้านของพี่ชายแฟนที่อยู่นอกเมืองออกไปหน่อย วิธีซื้อตั๋วรถไฟในเบอร์ลินจะต้องซื้อแบ่งตามโซน A B และ C ตามภาพด้านล่างค่ะ บ้านพี่ชายแฟนเราอยู่โซน C ห่างจากใจกลางเมืองออกไปอีก เวลาเดินทางจากที่บ้านเราเข้ามาในเมืองไปตามสถานที่ต่างๆ เลยต้องซื้อตั๋วแบบ 3 โซนด้วยกันคือ ABC

สามารถซื้อตั๋วด้วยตัวเองที่ตู้ซื้อตั๋วที่ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟในเบอร์ลินหน้าตาแบบนี้และจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้เลย

แผนที่สถานีรถไฟในเบอร์ลิน
ตั๋วรถไฟโซน A และ B 2.8 ยูโร (95 บาท)

ครั้งแรกเราซื้อตั๋วรถไฟโซน A และ B เพื่อเดินทางจากในเมืองเบอร์ลินไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้บ้านของพี่ชายแฟนที่อยู่ในโซน B ภรรยาของพี่ชายแฟนขับรถมารับที่สถานีรถไฟนี้ เราเลยไม่ต้องนั่งรถรางในโซน C เข้าไปที่บ้านเองเลยซื้อตั๋วรถไฟโซน A และ B ก็พอ หลังจากซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็ยื่นตั๋วใส่เครื่อง Validation อัตโนมัติที่อยู่ใกล้กันเพื่อเป็นการแสตมป์ว่าเราเริ่มใช้ตั๋วอันนี้แล้วนะ ในเบอร์ลินอายุตั๋วแบบเที่ยวเดียวคือ 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ โดยเครื่องจะแสตมป์เวลาที่เรา Validate ไว้อย่างในภาพคือ 19.55 น. ส่วนตั๋วตรงซ้ายมือด้านล่างเป็นเวลาที่เราซื้อตั๋วคือ 19.52 น. การนั่งรถไฟในเบอร์ลินเราต้องบริการตัวเอง ซื้อตั๋วที่เครื่องอัตโนมัติเอง แสตมป์เวลาใช้งานด้วยตัวเอง ไม่ต้องสแกนตั๋วก่อนเข้าสถานีและไม่มีใครมาตรวจตั๋วตลอดเวลา นานๆทีจะมีพนักงานที่แต่งตัวแบบคนธรรมดาเนียนๆมาขอตรวจตั๋ว ใครไม่มีก็ต้องเสียค่าปรับกันไปประมาณ 60 ยูโร (2,000 บาท) เพราะฉะนั้นไม่คุ้มกัน มีตั๋วไว้ในมืออุ่นใจกว่าค่ะ

ตั๋วรถไฟโซน ABC แบบ one day pass ราคา 7.7 ยูโร (260 บาท) ใช้ได้จนถึงตี 3 ของอีกวัน

ส่วน 2 วันที่เราเข้ามาเดินเล่นในเบอร์ลินกัน เราซื้อตั๋วรถไฟโซน A B และ C เพราะเราจะได้ใช้นั่งรถรางกลับบ้านที่โซน C ได้ด้วยและซื้อแบบ one day pass ราคา 7.7 ยูโร เราแนะนำให้เพื่อนๆซื้อตั๋วแบบ one day pass เหมือนกันเพราะคุ้มมากหากเดินทางไปหลายสถานที่ใน 1 วันเหมือนกันกับเราเพราะกระโดดขึ้นลงรถไฟกันบ่อยมาก ถ้าซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวไม่คุ้มแน่นอน แถมตั๋วแบบโซนนี้สามารถใช้ได้ทั้งรถไฟ รถบัส และรถรางเพราะบริษัทต่างๆเหล่านี้เค้าทำสัญญาแชร์รายได้กันค่ะ หากเดินอยู่ในเบอร์ลินแล้วอยากกระโดดขึ้นรถรางหรือรถบัสชมเมืองก็เพียงแค่โชว์ตั๋ว one day pass นี้ให้คนขับดูเท่านั้น ส่วนรถบัสเราแนะนำสาย 100 และ 200 เพราะเป็นรถบัสจะจอดตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเบอร์ลินโดยเฉพาะ

ตามสถานีใหญ่ๆ ที่มีมากกว่า 2 ชานชาลา สามารถมองหาเลขชานชาลาของเราเองได้ที่ป้ายบอกหมายเลขและสถานีสุดปลายทางของเราได้ที่ป้ายลักษณะนี้ในสถานีรถไฟที่เบอร์ลิน

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: เดินเล่นในตลาดนัดอินดี้วันเสาร์ในเบอร์ลิน

คนออกมาปิกนิกในสวน Mauerpark ปิ้งบาร์บีคิวกันควันโขมงเลย อิจฉา อยากปิ้งบาร์บีคิวกินในสวนแบบนี้บ้าง ฮ่าๆ

วันแรกที่เราจะเข้าไปในเมืองเป็นวันเสาร์พอดี ภรรยาของพี่ชายแฟนแนะนำให้เราไปเดินเล่นที่ตลาดนัดอินดี้วันเสาร์ในเบอร์ลินดู ตลาดนัดนี้มีชื่อว่า “Flohmarkt im Mauerpark” เป็นตลาดนัดอินดี้ที่จัดขึ้นในบริเวณของสวนเมาเออร์ สิ่งที่น่าสนใจของสวนแห่งนี้คือเคยเป็นพื้นที่ว่างที่ถูกกั้นแบ่งออกเป็นเยอรมันตะวันตกและตะวันออกมาก่อนด้วยกำแพงเบอร์ลินที่ถูกปล่อยให้รกร้าง

เหล่านักแสดงอิสระต่างพากันออกมาสร้างสีสันในช่วงวันหยุดในสวนเมาเออร์ กรุงเบอร์ลิน

หลังจากกำแพงถูกทำลายลงก็กลายมาเป็นสวนสาธารณะและลานกว้างให้ผู้คนในเบอร์ลินออกมาตั้งแคมป์ปิ้งเล็กๆ ปิ้งบาร์บีคิวดื่มเบียร์ชิวๆ ในวันพักผ่อนได้ ถ้าเพื่อนๆ มาที่นี่ก็จะได้เห็นบรรยากาศนั้น มีผู้คนออกมาเล่นบาสในลานบาส ปูเสื่อนอนเล่น เปิดเพลงเต้นในสวน มีการแสดงจากนักแสดงอิสระ และนักร้องอิสระออกมาเปิดหมวกเล่นดนตรี เดินไปอีกหน่อยก็จะเป็นส่วนของตลาดที่เต็มไปด้วยซุ้มขายของเก่า ของแฮนเมด เสื้อผ้าและอาหาร เป็นตลาดนัดอินดี้ของเยอรมันนั่นเอง

You can’t save the world without saving yourself. คุณไม่สามารถปกป้องโลกได้ถ้าคุณไม่ปกป้องตัวเองซะก่อน

Plant trees ปลูกต้นไม้กันเถอะ

บริเวณทางเดินในสวนไปที่ตลาด เราเห็นมีข้อความถูกเขียนด้วยชอล์กเต็มไปหมด ใครอยากจะเขียนอะไรก็ได้ อ่านที่คนเขียนไว้ กิจกรรมนี้เป็นของ chalk4change.org ที่ใช้การเขียนชอล์กบอกเล่าถึงปัญหาต่างๆและให้ผู้คนได้รับรู้โดยเฉพาะหัวข้อเกี่ยวกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากปัญหาโลกร้อน (climate change)

มีถังเล็กๆเต็มไปด้วยสีชอล์กหลากสีให้เราได้ร่วมกิจกรรมนี้ด้วย เราเห็นมีครอบครัวและเด็กๆก็ออกมาเล่นเขียนชอล์กบนทางเดินแห่งนี้กัน

เราอยากเขียนชอล์กบนทางเดินสายนี้บ้าง.. เลยเขียนคำว่า “สันติภาพ” (peace) ภาษาไทยพร้อมวาดสัญลักษณ์ของสันติภาพ คำสั้นๆง่ายๆที่ความหมายยิ่งใหญ่ สิ่งที่ผู้คนโหยหาและอยากได้ แต่น่าเศร้าที่ยังไม่เห็นมีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆในบางพื้นที่ของโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้

ซัมเมอร์ในเยอรมันไม่เหมือนตอนเราเที่ยวเนเธอร์แลนด์เลย แดดร้อนกว่าอีก พี่เดินจนถึงตลาดปุ๊ปก็หาเครื่องดื่มดับร้อนปั๊ป คนเยอรมันแนะนำให้ลองดื่มเครื่องดื่มนี้ดู “Fritz-kola” เป็นน้ำอัดลมรสชาติคล้ายโค้กแต่เป็นแบรนด์ของเยอรมันเอง อร่อยดี ในร้านอาหารบางร้านเราเห็นเค้าขายแต่น้ำอัดลมของ Fritz-kola อยู่ยี่ห้อเดียวเลย เราว่าดี เป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเยอรมันเอง น้ำอัดลม Fritz-kola รสชาติอื่นๆ ก็มีเหมือนกันคล้ายแฟนต้าน้ำเขียวน้ำส้มนั่นเอง แต่เราไม่ทันได้ลอง เสียดาย ไว้คราวหน้าละกัน

เห็นบนแพ็คเกจเขียนว่า Hamburg ก็น่าจะผลิตที่เมืองแฮมเบิร์กเมืองอุตสาหกรรมของเยอรมัน เราลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูเจ้าเครื่องดื่มนี้ถูกผลิตครั้งแรกในปี 2002 โดยเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กคือ Lorenz Hampl และ Mirco Wolf Wiegert ที่มีรูปของพวกเค้าสองคนอยู่บนโลโก้นั่นเอง จุดเด่นก็คือเป็นน้ำอัดลมที่บรรจุในขวดแก้วเท่านั้น พี่ชอบอีกเพราะไม่มีแพ็คเกจพลาสติกเพิ่มปริมาณขยะย่อยยาก และอีกข้อก็คือมีปริมาณคาเฟอีนสูงที่ 25 มิลลิกรัมต่อน้ำอัดลม 100 กรัม อยากตื่นก็ดื่ม Fritz-kola นี่แหละ กาแฟไม่ต้อง ฮ่าๆ ปัจจุบันถูกส่งออกไปทั่วยุโรป

ซุ้มขายของเก่าในตลาด Flohmarkt im Mauerpark ที่เต็มไปด้วยของเก่ามากมายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะของใช้สำหรับตกแต่งบ้าน มีช้างที่ทำจากไม้ด้วย มีแม้กระทั่งรูปภาพคนในสมัยก่อน จดหมาย แสตมป์เก่าๆ แผนที่ แก้ว จาน ชามเก่าๆ กล่องใส่ของสวยๆ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ แผนที่ ภาพวาด ตุ๊กตา โคมไฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รูปวาด หนังสือ กระเป๋า เชิงเทียน ทุกอย่างจริงๆ ลองเดินเล่นดูค่ะ แฟนเราชอบมาก แต่เราเองเฉยๆ ชอบโซนของแฮนเมดมากกว่า มีร้านแบบนี้อยู่ในตลาดอยู่หลายร้านเหมือนกัน

ร้านนี้สะดุดตาพี่ เป็นข้อมือที่ได้ไอเดียมาจากสายนาฬิกาสเตนเลส ตัดส่วนของหน้าจอนาฬิกาออกไป ทำลวดลายแนวๆ บนสายแล้วแปลงเป็นสายข้อมือเท่ๆ แทน มีชื่อแบรนด์ว่า “Banded Berlin” สายมีลวดลายให้เลือกมากมายทั้งขาวดำเท่ๆ สำหรับผู้ชายหรือสีสันและลายดอกไม้สำหรับผู้หญิง มีคำว่า Berlin อยู่บนสายข้อมือจากชื่อของแบรนด์ด้วย เป็นของฝากจากเบอร์ลินได้อย่างดี พี่อยากได้แต่ดูราคาแล้วเกือบ 500 บาทต่ออัน พี่เลยเบรกไว้ไม่ได้ซื้อ เกินงบไปหน่อย ฮ่าๆ

ภาพวาดของศิลปินอิสระในตลาด Flohmarkt im Mauerpark

ภาพในอดีตที่คนเยอรมันในเบอร์ลินช่วยกันทำลายกำแพงเบอร์ลิน และผู้คนบางส่วนทุบออกเป็นชิ้นส่วนของกำแพงแล้วเก็บลวดลายของ street art บนกำแพงนั้นไว้เป็นที่ระลึก

ร้านขายภาพวาดหรือโปสเตอร์เก่าๆ เกี่ยวกับเบอร์ลินในตลาด Flohmarkt im Mauerpark

ร้านขายถุงเท้าลายตลกๆ ในตลาด Flohmarkt im Mauerpark

กระเป๋า “I am afraid of Justin Bieber” อันนี้แฟนเห็นขำใหญ่ แต่ขัดใจเรานิดนึงเพราะนี่ก็เคยเป็นติ่งจัสติน ฮ่าๆ

ซุ้มร้านโฟโต้บูธ Photobooth ร้านนี้คนเยอะมากเลย ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นทั้งนั้นต่อแถวรอถ่ายรูปกันอยู่ เลือกแบคกราวน์ที่ชอบได้ด้วย 3 ยูโร (115 บาท)

อีกหนึ่งซุ้มของศิลปินอิสระ ออกแบบตัวละครและตัวการ์ตูนแนวแฟนตาซีด้วยตัวเองในรูปแบบของกระดาษ Paper cut แบรนด์เป็นภาษาเยอรมันชื่อว่า “Papierkult Berlin” Crazy paper อย่างแนว!

destroy racism

be like a panda

he’s black

he’s white

he’s asian

ทำลายลัทธิเหยียดผิวซะ ทำตัวให้เหมือนแพนด้า นางมีทั้งขนสีดำ สีขาว และกำเนิดมาจากทวีปเอเชีย

ร้านขายโปสเตอร์และรูปภาพเก่าในตลาด Flohmarkt im Mauerpark มีรูปภาพของ street art เขียนไว้ว่า “Life is beautiful” ชีวิตเป็นสิ่งที่สวยงาม

ทางร้านช่วยรวบรวมเงินเพื่อบริจาคให้กับโครงการรักษาผืนป่าสน (rain forest protection) ขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของประเทศเยอรมัน OroVerde แทนเงินค่าติ๊บ

เดินไปจนสุดทางของแต่ละล็อคก็เป็นโซนของร้านอาหารเคลื่อนที่ food truck ที่มีอาหารหลากหลายเชื้อชาติเปิดท้ายขายอาหารกันอยู่ทั้งเกาหลี โปแลนด์ อาร์เจนติน่าก็มา เดินเล่นในตลาดวนไปจนคอแห้งแล้วเลยซื้อแค่น้ำแอปเปิ้ลขิงจากร้าน food truck เวียดนามแทนแก้วละ 3 ยูโร (115 บาท) สังเกตจนทั่วก็ไม่เห็นร้านของไทยเลย คิดถึงอาหารไทยแล้ว มายุโรปได้แค่อาทิตย์กว่า ฮ่าๆ

เรามาหยุดที่ร้านนี้ซะนาน เพราะกำลังหาของขวัญให้กับพี่ชายของแฟนที่กำลังจะถึงวันเกิดเค้าพอดีเร็วๆ นี้ ร้านนี้ขายโปสต์การ์ดภาพสวยๆ พร้อมคำคมให้กำลังใจตัวเองทั้งภาษาอังกฤษอย่างเช่น Unfuck yourself (แก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น) , This is the beginning of anything you want. (นี่คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ)

นอกจากคำคมซึ้งใจแล้วก็ยังมีคำคมตลกๆ และรูปล้อเลียนด้วย โมนาลิซ่าเป่าหมากฝรั่งก็มี ฮ่าๆ

เราซื้อภาพวาดของแมวพร้อมคำคมภาษาเยอรมันแปลได้ประมาณว่า “Life without cat is possible but it is pointless” ชีวิตที่ปราศจากน้องแมวมันเป็นไปได้แต่ว่าออกจะไร้ค่า ไม่มีจุดหมาย เหมาะมากกับเจ้าของวันเกิดที่ชอบแมวเป็นชีวิตจิตใจ มีที่บ้านอยู่ 2 ตัวอ้วนๆ

เก็บภาพมาฝากได้เพียงเล็กน้อยแต่ที่นี่ยังมีร้านขายของแฮนเมดอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายอย่างร้านขายชุดกิโมโนสมัยใหม่ที่คนขายเป็นคนญี่ปุ่น ผ้าภาพวาดแผนที่น่ารักของเมืองต่างๆอย่างลอนดอนหรือเบอร์ลิน ร้านขายสบู่ทำมือ ร้านขายเสื้อผ้า Handmade ที่ขายโดยคนเอเชีย ร้านขายเครื่องประดับ กระเป๋าแฮนเมด หรือร้านขายของมือสองสภาพดีอื่นๆมากมาย เราว่าตลาดนี้เหมาะมากกับสายช้อปและสายอาร์ต หากใครมาเที่ยวเบอร์ลินในช่วงวันเสาร์พอดี อยากให้ลองเพิ่มตลาดแห่งนี้ในลิสต์ดูค่ะ นอกจากตัวตลาดเองแล้วยังได้กิน street food ที่ราคาถูกกว่าร้านอาหารและได้เห็นบรรยากาศการพักผ่อนในช่วงวันหยุดของคนเบอร์ลินเองด้วย

อ่านเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเองตอนก่อนหน้าได้ที่นี่: รีวิวนั่งรถบัสราคาถูกจากอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) มาเบอร์ลิน (Berlin) โดย Flixbus

อ่านเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเองตอนต่อไปได้ที่นี่: เที่ยวเบอร์ลิน (Berlin) ตอนที่ 2: นั่งชิวในลานเบียร์เก่าแก่ (Prater garden) ย่านเพรนซเลาเออร์ แบร์ค (Prenzlauer Berg) และเล่าวัฒนธรรมการรีไซเคิลแบบสุดโต่งของเยอรมัน


เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-เบอร์ลินได้ที่นี่: http://bit.ly/flights-Bangkok-Berlin

แนะนำวิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกและคุ้มที่สุดสำหรับการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศ เอาใจแบ็คแพ็คเกอร์สายประหยัดเหมือนกัน

เรื่อง: ตรีสุคนธ์ จีระมะกร (ตรี)

  • รับจ้างเขียน content สนใจส่งข้อความมาทางเว็บไซต์ได้เลยค่ะ
  • รับจองตั๋วเครื่องบินทั้งในไทยและต่างประเทศราคาถูก สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและทักแชทมาได้ที่ Helloholidays.xyz FB Page

 

 

 

 

Tags:
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
6 Comments