รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง 2019: เดินเล่นรอบๆอัมสเตอร์ดัมให้ขาลากแล้วแวะกินสเต๊กร้านอร่อยในอัมสเตอร์ดัมที่แนะนำโดยคนดัตช์เอง !

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง 2019: เดินเล่นรอบๆอัมสเตอร์ดัมให้ขาลากแล้วแวะกินสเต๊กร้านอร่อยในอัมสเตอร์ดัมที่แนะนำโดยคนดัตช์เอง !

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: เล่าสภาพอากาศตอนไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ในเดือนสิงหาคม ช่วงหน้าร้อน

ต่างจากบ้านเราที่พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 6 โมงเช้าและตกดินเวลา 6 โมงเย็นเหมือนกันในทุกวัน ซัมเมอร์ในยุโรปที่อยู่ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกันยายนของแต่ละปีนั้น กว่าฟ้าจะเริ่มมืดก็ปาเข้าไป 3 ถึง 4 ทุ่มนู่นแล้ว ทำให้วันๆนึงในช่วงหน้าร้อนของที่นี่ยาวนานกว่าปกติ เราเองก็ชอบมากเพราะให้ความรู้สึกว่า วันๆนึงมันนานกว่าเดิม ทำให้สามารถทำอะไรได้หลายอย่างใน 1 วันกว่าพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป ตรงกันข้ามกับหน้าหนาวของที่นี่ที่ประมาณ 4 โมงเย็นพระอาทิตย์ก็เริ่มตกดินแล้ว ส่วนตอนเช้ากว่าพระอาทิตย์จะขึ้นก็ 9 – 10 โมง วันเวลาในช่วงหน้าหนาวเลยจะสั้นกว่ามาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเหน็บหนาวและมืดครึ้ม คนไม่ค่อยอยากออกไปไหนกันเพราะข้างนอกหนาวมาก ทำให้ส่วนใหญ่คนที่นี่จะชอบช่วงหน้าร้อนกันมากกว่า เพราะมีกิจกรรมมากมายรออยู่ที่สามารถทำได้ในช่วงหน้าร้อน

มีเวลาขี่จักรยานชิวๆไปนู่นไปนี่ กินไอศครีมอร่อยๆ แต่งตัวสบายๆได้ ไม่ต้องแต่งตัวเป็นหมีกันตลอดเวลา แต่ในช่วงหน้าหนาวก็จะมีช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่แต่ละบ้านจะพากันตกแต่งต้นคริสต์มาสจากต้นไม้จริงๆภายในบ้าน สถานที่ต่างๆก็พากันตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาสและไฟสวยงาม และที่สำคัญคือมีตลาดในช่วงเทศกาลคริสมาส (Christmas market) ที่มีอาหารและของน่ารักๆมาขายมากมายให้คนได้ไปเดินเล่นดูนั่นดุูนี่และได้สนุกกัน คนไทยที่อยู่ในกรุงเทพตลอดแบบเรา ก็คิดไว้ตลอดว่าถ้าได้มายุโรปในช่วงหน้าหนาวบ้างก็น่าจะดี เพราะเราเองก็อินกับเทศกาลคริสต์มาสและอยากเห็นหิมะ แต่ลำพังแค่ได้ไปญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาวที่ติดลบ 1 ถึง 2 องศาก็รู้สึกป่วยจนต้องกินยาพาราเกือบทุกวันแล้ว ฮ่าๆ

พอได้มาที่นี่ในช่วงหน้าร้อนจริงๆเข้า ร้อนของเค้าก็ไม่เท่าร้อนของเราเพราะอุณหภูมิประมาณ 20 กว่าองศาเท่านั้น ลมพัดมาเรื่อยๆให้ได้ขนลุก แต่ก็มีแสงแดดส่องมาให้ความอุ่นบ้างเป็นระยะ หน้าร้อนของเค้ามันคือหนาวของเรา แต่ก่อนที่เราจะมาถึงเพื่อนดัตช์และเพื่อนคนไทยที่อยู่ที่เนเธอร์แลนด์บอกว่าอาทิตย์ที่แล้วอากาศร้อนมากจนถึงเกือบ 40 องศาเป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ โลกร้อนซะจนทำให้อากาศแปรปรวนไปซะหมด เกริ่นเรื่องสภาพอากาศกันซะยืดยาว ความตั้งใจที่อยากจะบอกจริงๆแล้วคือมาเที่ยวอัมสเตอร์ดัมช่วงหน้าร้อนในยุโรปก็เป็นอีกเรื่องที่อยากจะแนะนำค่ะ เพราะไม่ต้องทนหนาวให้ทรมาน และเพื่อนๆจะมีเวลายาวนานกว่าในแต่ละวัน  ได้เที่ยวกันแบบคุ้มๆ เราเองไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม 2 วัน กว่าจะนั่งรถไฟกลับนอกเมืองก็ 4 ทุ่มเข้าไปแล้ว เดินชมเมืองจนขาลากกันไปข้างนึง

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: เที่ยวอัมสเตอร์ดัม พักที่ไหนดี?

เรากับแฟนรู้จักเพื่อนที่เป็นคนดัตช์คนนึงตอนที่เค้ามาเที่ยวที่ไทย ครอบครัวของเค้าอาศัยอยู่ในเมืองอัลค์มาร์ (Alkmaar) เมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอัมสเตอร์ดัมนัก นั่งรถไฟจากอัลค์มาร์เข้ามาในอัมสเตอร์ดัมก็เพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้น ครั้งนี้เรามาเที่ยวเนเธอร์แลนด์เป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อนก็ใจดีให้เรากับแฟนได้ไปพักอาศัยในบ้านของครอบครัวเค้าด้วย ทำให้เราประหยัดค่าที่พักไปได้เยอะมาก เพราะช่วงหน้าร้อนราคาที่พักที่นี่ค่อนข้างแพง เพราะคนยุโรปเองเค้าก็มาเที่ยวในช่วงหน้าร้อนกัน ถือเป็นช่วง High Season เพื่อนลองค้นหาดูตอนนั้นในอัมสเตอร์ดัมก็ปาเข้าไปคืนละ 2,000 กว่าบาท ไม่ต่างกันกับราคาตั๋วรถไฟเนเธอร์แลนด์ที่ไม่ใช่ถูกๆเลย จากอัลค์มาร์ไปกลับอัมสเตอร์ดัมก็ประมาณ 500 บาท เพื่อนคนไทยของเราเองก็มาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองเอนสเกเด Enschede ที่อยู่ด้านตะวันออกสุดของเนเธอร์แลนด์เลย เดินทางโดยรถไฟเข้ามาในอัมสเตอร์ดัมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ราคาตั๋วรถไฟไปกลับก็ 1,500 กว่าบาท เพื่อนเลยมาเที่ยวในอัมสเตอร์ดัมแบบเช้าเย็นกลับแล้วกลับแล้วกลับไปพักที่บ้านของป้าแทน ที่เราชอบมากเกี่ยวกับรถไฟในเนเธอร์แลนด์อีกอย่างนึงก็คือมี wifi ฟรีให้บริการอยู่ทุกขบวนเลย เราไม่ได้ซื้อแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตก็ได้ใช้ wifi ที่บ้านแล้วก็บนรถไฟนี่ละ

รถไฟ 2 ชั้นในอัมสเตอร์ดัม

ตั๋วรถไฟจาก Alkmaar ไป Amsterdam C. ราคา 16.4 ยูโร (550 บาท)

ในอัมสเตอร์ดัมนักท่องเที่ยวเยอะมาก จนคนในอัมสเตอร์ดัมเองเริ่มบ่นแล้ว ทางการเค้าก็เลยเริ่มโปรโมทการท่องเที่ยวในเมืองอื่นๆบ้าง เมืองอัลค์มาร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ลองเปลี่ยนบรรยากาศพักนอกเมืองดูสิ ได้ฟีลชานเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ แถมใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆน่ารักและมีกลิ่นไอของอัมสเตอร์ดัมเพราะเป็นเมืองที่มีคลองตัดผ่านเช่นกัน แถมใครที่ชอบกินชีสต้องหลงรักเมืองนี้ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องชีสมาก เราเลยอยากแนะนำให้ลองดูที่พักที่ออกนอกเมืองอัมสเตอร์ดัมมาหน่อยอย่างอัลค์มาร์ บอกเลยว่าบรรยากาศนอกเมืองของที่นี่ก็ดีไม่ใช่น้อย ออกมานอกเมืองก็จะได้เห็นธรรมชาติมากขึ้น ทุ่งหญ้ากับฝูงแกะเป็นสิ่งที่เห็นได้เยอะมาก เป็นภาพจำของเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เห็นได้แม้ในรูปแบบของภาพวาดในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ (อ่านรีวิวเที่ยวอัลค์มาร์ได้ที่นี่ เที่ยวอัลค์มาร์ (Alkmaar) ตอนที่ 1: เดินเล่นในใจกลางเมืองอัลค์มาร์)

  • แนะนำที่พักราคาถูกในอัลค์มาร์ ใจกลางเมือง: Kings Inn City Hostel & Hotel Alkmaar (คลิกจองเลย !)
  • แนะนำที่พักราคาถูกในอัมสเตอร์ดัม ใกล้สนามบิน: Ibis Amsterdam Airport (คลิกจองเลย !)
  • แนะนำที่พักราคาถูกในอัมสเตอร์ดัม ใจกลางเมือง: Hotel Flipper Amsterdam, Bastion Hotel Amsterdam Amstel (คลิกจองเลย !)

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: วิธีเดินทางจากสนามบินในอัมสเตอร์ดัมเข้าในตัวเมือง

ตั๋วรถไฟจากสนามบิน Schiphol Airport ไปที่เมือง Alkmaar ราคา 9.9 ยูโร (330 บาท)

หลังจากลงเครื่องที่อัมสเตอร์ดัมที่ท่าอากาศยานอัมสเตอร์ดัมสคิปโฮล (Amsterdam Airport Schiphol) เพื่อนๆสามารถที่จะนั่งรถไฟเข้าเมืองได้เลย เพราะสถานีรถไฟก็อยู่ติดสนามบินนี่เอง สะดวกมาก โดยซื้อตั๋วได้ที่เครื่องซื้อตั๋วอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของสถานี โดยเครื่องจะรับแค่บัตรเครดิตหรือเดบิตเท่านั้น หลังจากซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็ให้ทำการสแกนตั๋วที่เครื่องก่อนลงไปรอที่ชาญชาลาที่เครื่องสแกนที่อยู่ก่อนทางลงไปขึ้นรถไฟ เช่นกันกับการซื้อตั๋วนอกเมืองเข้ามาในอัมสเตอร์ดัมที่สถานีรถไฟกลางอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam Centraal Station) สามารถซื้อตั๋วไปกลับ (round trip) ใน 1 วันได้เลยตั้งแต่ขาขึ้นในเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ในสถานีบางสถานีจะไม่มีการซื้อตั๋วจากเค้าเตอร์เพราะคนที่นี่เค้าก็ใช้บัตรซื้อของแทนเงินสดกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นบัตรเดบิตหรือเครดิตค่อนข้างสำคัญมากในการเดินทาง อย่าลืมโทรหา call center ของธนาคารของคุณเพื่อเปิดใช้งานบัญชีธนาคารของคุณสำหรับบัตรเดบิตในต่างประเทศให้เรียบร้อยก่อนนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง เพราะหากบัตรถูกนำไปใช้หรือกดเงิน ATM ในประเทศที่คุณไม่ได้แจ้งไว้ ทางธนาคารอาจจะอายัดบัตรเพราะคิดว่าเป็นคนอื่นเอาไปใช้ ทำให้ไม่สามารถกดเงินมาใช้ได้

สถานีรถไฟกลางอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam Centraal Station)
ภายในสถานีรถไฟกลางอัมสเตอร์ดัมขากลับจะมีหน้าจอบอกตารางรถไฟให้เราว่าปลายทางอะไร รถไฟจะมากี่โมง และเราต้องไปรอที่ชานชาลาไหน เดินเข้าไปในสถานี ซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็มองหาป้ายตารางรถไฟแบบนี้กันเลย

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: เที่ยวอัมสเตอร์ดัม 2 วัน เดินเล่นรอบๆอัมสเตอร์ดัมกันให้ขาลาก

บ้านแบบเนเธอร์แลนด์อันเป็นเอกลักษณ์

พอเดินออกมาจากสถานีรถไฟกลางแล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ ทางด้านซ้ายมือก็จะพบกับบ้านสไตล์ดัตช์ที่เป็นตึกสูงหลายชั้นหน้าแคบเรียงกันเป็นแถวริมคลองตลอดทางอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนของเมืองนี้ หากเดินผ่านบ้านเหล่านี้แบบใกล้ๆอยากให้ลองสังเกตดูดีๆจะเห็นได้ว่าหน้าบ้านด้านบนนั้นจะโน้มออกมาด้านหน้ากว่าทางด้านล่างของบ้านและมีตะขอติดอยู่ที่ชั้นบนสุดของบ้านเพื่อใช้ในการขนของจากด้านล่างขึ้นที่สูง สมัยก่อนตึกริมคลองเหล่านี้เคยถูกใช้เป็นโกดังเก็บของเป็นส่วนใหญ่ในยุคที่อัมสเตอร์ดัมเคยรุ่งเรืองจากการค้าขายในสมัยนั้น ที่บ้านหน้าแคบแบบนี้ก็เพราะแต่ก่อนเค้าจะเก็บภาษีจากความกว้างของหน้าบ้านเลยพากันมีหน้าบ้านแคบกันยกใหญ่ ปัจจุบันตึกเหล่านี้เป็นบ้านของคนมีอันจะกินของที่นี่เพราะราคาตอนนี้ก็ปาเข้าไปหลายล้านยูโรได้

ผู้คนในอัมสเตอร์ดัมนั่งเล่นคุยกันริมคลอง
เรือถีบ ไม่เป็นรูปเป็ดเหมือนบ้านเรา.. มาแบบ cool เชียว

ขยะในคลองก็ไม่ค่อยจะมีก็ยังช่วยกันเก็บ ดีจัง 👍🏼 พี่ปลื้มเหลือเกิน

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: ล่องเรือในคลองอัมสเตอร์ดัมกับ Lovers Canal Cruises

จุดขึ้นเรือเพื่อล่องเรือในอัมสเตอร์ดัมของ Lovers Canal Cruises ข้างสถานีรถไฟกลางอัมสเตอร์ดัม
ตั๋วล่องเรือในอัมสเตอร์ดัม 1 ชั่วโมง ของ Lovers Canal Cruises ราคา 16 ยูโร (540 บาท)

เดินผ่านคลอง ก็จะเห็นเหล่านักท่องเที่ยวมากมายนั่งอยู่ในเรือเพื่อทัวร์ไปตามคลอง คนในอัมสเตอร์ดัมเองก็แล่นเรือส่วนตัวกับครอบครัวหรือเพื่อน ขับเรือไป คุยไป จิบเบียร์ไป เดินผ่านอีกคลองก็เห็นเรือของหนุ่มสาวแล่นไปพร้อมอุปกรณ์ในมืออาสาเก็บขยะในคลองที่แทบจะไม่มีให้เห็น เห็นส่วนใหญ่ก็เป็นใบไม้จากต้นไม้ข้างๆที่ร่วงหล่นลงมา ผู้คนนั่งเล่นชิวๆริมคลอง คุยกันบ้าง กินขนมบ้าง บางครั้งก็เห็นเอาโต๊ะมาตั้งริมแม่น้ำเพื่อนั่งคุยกันพร้อมจิบแชมเปญไปด้วยหน้าบ้าน ชิวอะไรกันขนาดนั้น ตอนเรานั่งเรือทัวร์ ระหว่างฟังทัวร์ด้วยหูฟังบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของบ้านเก่าแก่หลังนั้นหลังนี้อยู่นั้นก็เห็นคุณลุงคนนึงล่องเรือมากับน้องหมาของเค้าพร้อมร้องเพลงออกมาแบบไม่สนใจใครผ่านเรือทัวร์ของเรา ไม่ต้องมีเรือหรู เสื้อผ้าหรา เค้าก็ดูเอ็นจอยกับชีวิตได้ เราอดอมยิ้มไม่ได้ ภาพนั้นติดตาเรามาก ใครพอมีเวลาอยากให้ลองนั่งเรือทัวร์กันค่ะ เค้ามี audio guide เป็นภาษาไทยให้ฟังในเรือด้วยนะ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอัมสเตอร์ดัมและเรื่องราวของแต่ละสถานที่ระหว่างทาง ทำให้เรารู้จักอาคารและบ้านเรือนต่างๆริมคลองเหล่านั้นมากขึ้น ใครเดินจนเมื่อยแบบเราแล้ว นั่งเรือเล่นพักขาแบบเราด้วยก็ได้ อันนี้น่าจะราคาถูกที่สุดแล้วค่ะของ Lovers Canal Cruises เราซื้อตั๋วที่หน้าเคาน์เตอร์เลย แต่ถ้าใครอยากจองตั๋วเอาไว้ล่วงหน้า สามารถจองได้ผ่านเว็บไซต์นี้เลยค่ะ จองตั๋วล่องเรือในอัมสเตอร์ดัมกับ Lovers Canal Cruises

วันเวลาที่ให้บริการของ Lovers Canal Cruises: จันทร์ – ศุกร์ และ เสาร์ 10.00 – 19.30 น., อาทิตย์ 0.00 – 21.00 น.

พิกัด จุดขึ้นเรือ Lovers Canal Cruises: Lovers Canal Cruises Google Map

รถรางวิ่งไปมาในเมืองอัมสเตอร์ดัม
รถจักรยานจอดอยู่มากมายตามทางในอัมสเตอร์ดัม
ที่จอดรถจักรยานข้างสถานีรถไฟกลางอัมสเตอร์ดัม
ที่จอดรถจักรยานในน้ำ เท่จัง

เราเคยรู้มาก่อนบ้างว่าเนเธอร์แลนด์เป็นดินแดนของจักรยานจากรายการโปรดของเราตลอดกาลอย่าง “พื้นที่ชีวิต” ใครอยากดูวิดีโอตอน เนเธอร์แลนด์ แดนจักรยาน ปลุกใจก่อนไปเที่ยวก็จัดไปเลยค่ะ เราดูวิดีโอนี้เมื่อหลายปีที่แล้วทำให้อยากมาเที่ยวที่อัมสเตอร์ดัมมาก และอยากมาขี่จักรยานที่นี่ ! ที่นี่มีทางจักรยานอยู่ทั่วประเทศ สะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับจักรยานมาก พ่อของเพื่อนดัตช์เราก็ขี่จักรยานไฟฟ้าข้ามเมืองเพื่อไปทำงานระยะทาง 70 กว่ากิโลทุกวัน !! คนที่นี่เค้าขี่จักรยานไปมาจนเป็นภาพชินตาของเราไปซะแล้วตอนอยู่ที่นั่น เวลาเดินไปไหนต้องระวังจักรยานมากกว่ารถยนต์ เพราะคนใช้จักรยานมากกว่าเยอะมาก เดินอยู่ในเลนจักรยานต้องมองซ้ายขวาให้ดีก่อนข้ามเพราะเราเองก็ซุ่มซ่ามจะโดนชนหลายรอบแล้ว >.< ใครอยากขี่จักรยานในอัมสเตอร์ดัมกับเค้าบ้าง ก็มีร้านให้เช่าจักรยานให้บริการค่ะ แต่เราเองขี่จักรยานของเพื่อนนอกเมืองไปจนเมื่อยก้นแล้ว จักรยานบ้านเค้าเบรคด้วยการถีบจักรยานถอยหลัง แถมที่นั่งก็สูงเกินไปสำหรับผู้หญิงเอเชียไซส์เล็กแบบเราแม้จะปรับที่นั่งลงมาจนสุดแล้วก็ตาม เวลาถีบเราเลยไม่ค่อยถนัดนักต้องยืดขาถีบแบบสุดตัว อีกอย่างในเมืองอัมสเตอร์ดัมรถจักรยานค่อนข้างเยอะ เลยไม่เสี่ยงดีกว่า แต่เราเห็นมีนักท่องเที่ยวมากมายเช่าจักรยานขี่กัน ไม่นานมานี้เค้าก็เพิ่งออกกฎมาว่าคนขี่จักรยานห้ามใช้มือถือไปด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าตำรวจมาเห็นเข้าละก็จะโดนปรับด้วยเงินไม่ใช่น้อยๆเลยหละประมาณ 100 ยูโรหรือ 3,000 บาท หากเพื่อนๆอยากขี่จักรยานที่นี่ก็อย่าลืมขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขี่จักรยาน แล้วก็ขี่จักรยานบนทางจักรยานเท่านั้น หากเผลอไปขี่บนทางเดินเท้าก็โดนปรับอีกได้ รถยนต์มีให้เห็นบ้างบางตา ที่เห็นมากกว่าอีกคือที่จอดรถจักรยาน เค้าจอดกันทั้งข้างคลอง ข้างทางเดิน บนอาคาร หรือแม้กระทั่งที่จอดรถจักรยานลอยอยู่บนน้ำก็มี จากจำนวนที่เห็นนับได้ไม่ถ้วน บอกได้เลยว่าคนที่นี่เค้าใช้จักรยานกันเยอะมากจริงๆ ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนที่รักการขี่จักรยานอย่างแท้จริง แต่หากใครอยากเดินดูเมืองเรื่อยๆแบบเรา ขากลับหากเมื่อยแล้วก็นั่งรถรางกลับได้เหมือนกัน (อ่านเกี่ยวกับขี่จักรยานในเนเธอร์แลนด์ได้ที่นี่ เที่ยวอัลค์มาร์ (Alkmaar) ตอนที่ 2: ขี่จักรยานไปเที่ยวเนินทราย (dune))

Electric car ในอัมสเตอร์ดัม

รถจิ๋วประหยัดพลังงานในอัมสเตอร์ดัม

รถที่จอดอยู่บางคันก็ชาร์จไฟอยู่เพราะเป็น Electric car วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมัน หรือรถบางคันก็เล็กมากประหยัดพลังงานสุดๆ เห็นแล้วใจมันชื้น คนประเทศนี้เค้าใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอย่างมาก เรื่องการแยกขยะก็เหมือนกัน ตอนที่เครื่องลงมาถึงอัมสเตอร์ดัมใหม่ๆ หลังจากกินขนมเสร็จก็ต้องแยกขยะ กระดาษ พลาสติก เศษอาหารลงถังขยะให้ถูก ที่บ้านของเพื่อนดัตช์ก็ต้องแยกขยะแบบนี้เหมือนกัน แรกๆไม่ชินเพราะบ้านเราไม่ได้แยกขยะเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ แต่หลังๆมาก็ชินเอง ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร ตอนไปช้อปปิ้งซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านของเพื่อนดัตช์ นางก็สะพายเป้ไปด้วย ซื้อเสร็จก็เอาของทั้งหมดใส่เป้ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้ใส่ถุงพลาสติกให้ทันที เราเห็นว่าทุกคนพกกระเป๋าหรือถุงไปใส่เอง กลายเป็นเรื่องธรรมดาของพวกเค้าไปแล้ว ร้านอาหารในเนเธอร์แลนด์เองก็แบนการใช้หลอดพลาสติกกันทั่วประเทศ เปลี่ยนมาเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมหลอดกระดาษแทน ถ้าที่ไทยเป็นแบบนี้บ้างก็คงจะดี พวกเราคงช่วยลดขยะพลาสติกไปได้เยอะมาก ชื่อประเทศของเราจะได้ไม่ต้องเป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกที่สร้างขยะพลาสติกลงสู่ท้องทะเลเป็นจำนวนมาก

สวนบนเรือในอัมสเตอร์ดัม

เหล่าเรือบ้านที่จอดอยู่ในอัมสเตอร์ดัม

ด้วยคลองที่มีมากมายหลายสาย เรือบ้านก็เป็นอีกทางเลือกในการใช้ชีวิตของคนที่นี่ บางเรือก็ถูกแปลงเปลี่ยนกลายเป็นสวนบนเรือ หากเดินผ่านบ้านหลังไหนที่ดูแพงๆเค้าก็จะมีเรือส่วนตัวจอดอยู่หน้าบ้านไว้ล่องเรือเล่นในเวลาว่าง เดินไปอีกเรื่อยๆก็จะเห็นผู้คนนั่งอยู่ตามร้านอาหารต่างๆด้านนอกชื่นชมบรรยากาศของอัมสเตอร์ดัมกัน เดินผ่านถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยเหล่าร้านค้าแบรนด์ดังติดป้าย Sale เรียงรายรอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายซื้อของ แต่เราไม่ใช่สายช้อปเลยเดินผ่านไปได้แบบเมินๆแต่ถ้าเรื่องกินละขอให้บอกพี่

ร้านขายวาฟเฟิลในอัมสเตอร์ดัม

เดินผ่านร้านขายวาฟเฟิลไปหลายร้าน เพื่อนดัตช์ก็บอกว่ามาที่นี่ทั้งทีเราควรจะลองกินวาฟเฟิลในอัมสเตอร์ดัมเหล่านี้ดูนะ นางเลยพาเข้าไปในร้านแล้วให้เราเลือกแบบที่เราชอบ ก็จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งแบบธรรมดาและแบบมีท้อปปิ้ง เราชอบ white chocolate ก็เลยสั่งมาลองกินดู อร่อยดี หวานๆ ฟินๆ ใครเป็นสาวกขนมหวานแบบเราน่าจะชอบ อาหารอีกอย่างที่มีขายเยอะมากก็คือบูธขายปลาเฮร์ริง (Herring fish) เป็นอาหารพื้นเมืองของคนดัตช์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ก่อนถือหางแล้วเอาเข้าปากกินกันสดๆแบบทั้งตัว แต่เดี๋ยวนี้ที่ร้านเค้าหั่นเป็นชิ้นๆเสิร์ฟคู่กับหัวหอมใหญ่และแตงกวาดอง แต่เพื่อนดัตช์บอกว่าไว้เราไปลองที่อื่นดีกว่า เพราะบูธร้านในอัมสเตอร์ดัมเหล่านี้ราคาแพงและตั้งใจขายให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ จนวันนึงเราไปเที่ยวกันที่ชายหาดชเวนนิงเงน (Scheveningen beach) ก็ได้ลองกินเจ้าปลาเฮร์ริง (Herring fish) แบบสดๆจากทะเลกัน

ตลาดดอกไม้ Bloemenmarkt ในอัมสเตอร์ดัม

ตอนแรกเรานึกว่าตลาดนี้เป็นตลาดขายดอกไม้สด แต่พอไปถึงแทบไม่มีดอกไม้สดขายเลย มีแต่เมล็ดพันธุ์ ดอกไม้ปลอม และของที่ระลึกต่างๆเช่นแม่เหล็กติดตู้เย็นเป็นต้น ถ้าใครมองหาแหล่งซื้อของฝากลองแวะที่นี่ดู แต่ส่วนตัวเราว่าไม่ค่อยมีอะไร ข้ามไปได้เลย

วันเวลาที่ให้บริการของตลาดดอกไม้ Bloemenmarkt: จันทร์ – ศุกร์ และ เสาร์ 9.00 – 17.30 น., อาทิตย์ 11.00 – 17.30 น.

พิกัด ตลาดดอกไม้ Bloemenmarkt: Bloemenmark Google Map

อีกตลาดที่เราอยากให้เพื่อนๆปักหมุดไว้ก็คือตลาดอัลเบิร์ต Albert Cuyp Market เพราะเราไปเจอขนมแพนเค้กเนเธอร์แลนด์ขายอยู่ที่นี่ ลองกินแล้วอร่อยมาก พูดถึงแล้วก็อยากกินอีก แง เป็นแพนเค้กร้อนๆ โรยด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่งแบบพูนๆ กินคู่กับเนยอร่อยๆ หวานมัน ฟินนนน ตอนเราไปถึงก็เย็นเกินไป เค้าทยอยเก็บของกันแล้ว เพื่อนๆมาที่นี่เร็วหน่อย ได้หาของว่างกินให้อิ่มท้องในราคาประหยัดกว่าในร้านอาหารกันได้ที่นี่

ธรรมดา 2.95 ยูโร (100 บาท) พิเศษ 4.95 ยูโร (160 บาท) ของเราสั่งแบบธรรมดาก็พอแล้ว

วันเวลาที่ให้บริการของ Albert Cuyp Market: จันทร์ – เสาร์ 9.00 – 17.00 น., ปิดวันอาทิตย์

พิกัด Albert Cuyp Market: Albert Cuyp Market Google Map

อนุสาวรีย์แห่งชาติ อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (National Monument, Amsterdam, the Netherlands)

เพื่อนพาเราเดินมาถึงอนุสาวรีย์สงครามที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับชาวดัตช์และผู้คนมากมายที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเล่าให้ฟังว่าในทุกวันที่ 4 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี กษัตริย์ของประเทศเนเธอร์แลนด์และผู้คนมากมายจะมาร่วมไว้อาลัยวางมาลา 2 พวงให้กับเหล่าทหารและผู้เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ณ อนุสาวรีย์แห่งนี้ ที่นี่เป็นจุดที่มีผู้คนมากมายมานั่งเล่น และเป็นจุดนัดพบที่สะดวกอีกด้วย เราเองก็นัดเจอเพื่อนคนไทยแถวนี้

ร้านขาย sex toy ในอัมสเตอร์ดัม

ใช่ว่าทุกที่จะมีแต่ด้านที่สวยงามเสมอไป ด้านที่อาจเซอร์ไพรส์ใครหลายคนก็มีอย่าง Cafe ที่ไม่ได้ขายกาแฟ ร้านขายของชำที่ส่วนใหญ่มีคนเอเชียเป็นเจ้าของเต็มไปด้วยขนมที่มีส่วนผสมของพืชชนิดหนึ่งที่ถือว่าเป็นของต้องห้ามในประเทศอื่น ร้านขายเซ็กส์ทอยที่มีอยู่หลายร้าน หรือย่าน Red light district ที่มีหญิงขายบริการนั่งอยู่ในห้องกระจกข้างซอย เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะเจอเข้ากับโบสถ์ ซึ่งแต่ก่อนที่นี่เป็นจุดแวะพักของเหล่านักเดินเรือที่มาสวดขอพรให้ปลอดภัยในการเดินเรือ เมืองโรแมนติกในภาพจำของเราก็เซอร์ไพรส์เราเองไม่น้อยจากการเดินทางครั้งนี้

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: เทศกาล Pride ในอัมสเตอร์ดัม

ภาพบรรยากาศของอัมสเตอร์ดัมในช่วงงาน pride

เพิ่งมารู้ตอนไปถึงอัมสเตอร์ดัมแล้วว่าช่วงวันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2019 เป็นช่วงเวลาของเทศกาล Pride ที่จะมีการเดินขบวนของคนที่รักเพศเดียวกันแสดงให้เห็นถึงสิทธิเสรีภาพของตัวเองให้ทั่วโลกได้เห็น เราเลยตัดสินใจว่าจะเข้าไปในอัมสเตอร์ดัมวันที่ 4 แต่พอไปถึงเค้ามีแต่คอนเสิร์ตเพราะเดินขบวนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 เมื่อวันก่อนหน้าซะแล้ว เดินรอบอัมสเตอร์ดัมในช่วงนี้คนก็จะเยอะกว่าช่วงอื่นหน่อย มีขยะตามทางให้เห็นมากกว่าปกติบ้าง แต่เราจะได้เห็นอีกมุมที่น่ารักก็คือผู้คนต่างประดับประดาบ้านของตัวเองด้วยสีหรือธงสายรุ้ง แม้แต่ร้านค้าเอง หรือจักรยาน ! เป็นสีสันของเมือง เป็นความสวยงามที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อเสรีภาพของผู้คนที่นี่ด้วย

คนเป่าฟองลูกโป่งเพื่อให้ความสนุกสนานกับเด็กๆและสร้างสีสันให้กับเมือง ใครพอใจก็ให้ทิปเล็กๆน้อยๆเป็นการตอบแทนได้

นอกจากบ้านเรือนที่ต่างประดับประดาธงสีรุ้งกันทั่วเมืองแล้ว ในหลายจุดก็มีคนออกมาเปิดหมวกเล่นดนตรี ร้องเพลง และทำฟองสบู่กลางทางเดินให้เด็กๆได้สนุกกัน หรือคนแต่งตัวแฟนซีให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพหรือถ่ายรูปคู่ด้วยก็มี อีกอย่างที่มีในงาน Pride ที่เราเห็นก็คือผู้หญิงเพ้นท์บนร่างกายของตัวเองเป็นสีรุ้งรอให้คนถ่ายรูปโดยไม่ใส่เสื้อผ้า คนที่นี่ทำอะไรก็ได้ตราบใดที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในอัมสเตอร์ดัม บ้านแอนนาแฟรงค์และพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะและริกส์มิวเซียม

บ้านแอนนาแฟรงค์ (Anne Frank House, Anne Frank Museum)

มาอัมสเตอร์ดัมครั้งนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไป 2 พิพิธภัณฑ์ก็คือบ้านแอนนาแฟรงค์และพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ เช็คตั๋วออนไลน์เพื่อเข้าบ้านแอนนาแฟรงค์เต็มแทบทุกวันในช่วงที่เราอยู่ในอัมสเตอร์ดัมเกือบ 1 อาทิตย์แต่ก็ยังอยากไปเช็คที่พิธภัณฑ์อีกทีเพราะอ่านในเน็ตมาเค้าบอกว่าตั๋วสามารถซื้อออนไลน์บางส่วนและอีกส่วนสามารถซื้อที่เคาน์เตอร์ในพิพิธภัณฑ์ได้แต่ข้อมูลคงไม่อัปเดตเพราะพอเดินไปถึงบ้านแอนนาแฟรงค์ก็เห็นคนถ่ายรูปคู่กับหน้าบ้านกัน เดินไปอีกหน่อยเห็นคนกำลังต่อแถวรอเข้าพิพิธภัณฑ์กัน ทุกคนถือกระดาษอยู่ในมือคาดว่าจะเป็นตั๋วที่จองออนไลน์กันมา สังเกตตรงประตูทางเข้าเค้าเขียนไว้ว่ารับแค่คนที่จองออนไลน์แล้วมีตั๋วพร้อมแล้วเท่านั้น ลองถามพนักงานดูเค้าก็บอกว่าต้องจองออนไลน์เท่านั้นและวันนี้ตั๋วเต็มแล้ว เลยเป็นอันว่าอด เสียใจ เพื่อนบอกเอาไว้ครั้งหน้า แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอัมสเตอร์ดัมอีกเมื่อไหร่ แต่ก็โทษใครไม่ได้เพราะไม่ยอมจองตั๋วให้เรียบร้อยก่อนเองเราเลยทำได้แค่ถ่ายรูปหน้าบ้านของแอนนาแฟรงค์เก็บไว้เป็นที่ระทึกเท่านั้น ฮือออ คนเยอะมากจริงๆ ใครไม่อยากพลาดจองออนไลน์ล่วงหน้าไว้นานๆหน่อยหน้า เต็มเร็วมาก สามารถจองได้ที่เว็บไซต์นี้เลยค่ะ เว็บไซต์จองตั๋วบ้านแอนนาแฟรงค์ออนไลน์

วันเวลาที่ให้บริการของบ้านแอนนาแฟรงค์:

  • 1 เมษายน – 1 พฤศจิกายน: จันทร์ – อาทิตย์ 9.00 – 22.00 น. 
  • 1 พฤศจิกายน 1 เมษายน: จันทร์ – อาทิตย์ 9.00 – 19.00 น. ยกเว้นวันเสาร์ 9.00 – 22.00 น. ปิดวันที่ 9 ตุลาคมของทุกปี*

 

พิกัด บ้านแอนนาแฟรงค์: บ้านแอนนาแฟรงค์ Google Map

ราคาค่าตั๋ว บ้านแอนนาแฟรงค์: 10.5 ยูโร (ประมาณ 350 บาท)

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ (Van Gogh Museum)

ยังไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาเลยเดินไปที่พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะกันต่อ แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือพอถึงพิพิธภัณฑ์เค้าจะให้เข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ก็ต่อเมื่อมีตั๋วในมือแล้วเท่านั้น ใครอยากเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ ต้องจองล่วงหน้า สามารถจองตั๋วออนไลน์ได้เลยที่นี่ค่ะ เว็บไซต์จองตั๋วพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะออนไลน์ ที่นี่มีผลงานเลื่องชื่อของจริงของจิตรกรชื่อดังแวนโก๊ะของจริงถูกจัดแสดงไว้ที่นี่ ใครสายอาร์ตต้องไม่อยากพลาดเข้าชมพิพิธภัณฑ์นี้

วันเวลาที่ให้บริการของพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ:

  • 2 กันยายน – 27 ตุลาคม: จันทร์ – พฤหัส และ เสาร์ – อาทิตย์ 9.00 – 18.00 น., ศุกร์ 9.00 – 21.00 น. 
  • 28 ตุลาคม – 22 ธันวาคม: จันทร์ – พฤหัส และ เสาร์ – อาทิตย์ 9.00 – 17.00 น., ศุกร์ 9.00 – 21.00 น.
  • 23 ธันวาคม – 31 ธันวาคม: จันทร์ – พฤหัส และ อาทิตย์ 9.00 – 19.00 น., ศุกร์ และ เสาร์ 9.00 – 21.00 น. (ยกเว้น 25 และ 31 ธันวาคม 9.00 – 17.00 น. และ 1 มกราคม 11.00 – 19.00 น.)

พิกัด พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ: พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ Google Map

ราคาค่าตั๋ว พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ: 19 ยูโร (ประมาณ 635 บาท) อายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรี !!!

พอเราพลาด 2 พิพิธภัณฑ์หลักที่เราอยากเขาไป ก็เลยเบนใจมาให้กับริกส์มิวเซียมแทน แม้จะไม่ใช่แฟนของพิพิธภัณฑ์ซักเท่าไหร่ แต่ที่นี่เต็มไปด้วยของที่ประเมินค่าไม่ได้ที่ถือเป็นสมบัติของชาติของประเทศเนเธอร์แลนด์ ไหนๆก็มาแล้ว พิพิธภัณฑ์ใหญ่มาก คิดว่ารองรับคนได้เยอะ ตั๋วไม่น่าเต็ม เลยลองเช็คตั๋วออนไลน์ดูก็ยังมีที่เหลืออยู่สำหรับวันนี้ ถ้าจองออนไลน์ต้องปริ้นตั๋วไปด้วย เราเลยไปซื้อที่เคาน์เตอร์แทน ก่อนหน้านั้นก็นั่งเล่นบนลานสนามหญ้าแถวๆพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ คนนั่งเล่นกันเยอะมาก อยากให้กรุงเทพมีลานกว้างไว้นั่งเล่นแบบนี้บ้าง ไม่เอาแล้วคอนโดกับห้าง อยากได้พื้นที่สีเขียวเพิ่ม

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม ริกส์มิวเซียม (rijksmuseum)

บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม ริกส์มิวเซียม (rijksmuseum)

หากเดินไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม ริกส์มิวเซียม (rijksmuseum) บริเวณใต้ตึกและรอบๆจะมีเหล่านักดนตรีมาเล่นดนตรีเปิดหมวกให้ผู้คนที่นี่ได้ฟังกันเพลินๆ ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์เคยมีตัวหนังสือยักษ์ใหญ่ “I amsterdam” ตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเล่นเป็นที่ระลึก แต่ตอนเราไปกลับไม่มีตั้งอยู่แล้ว เราเลยอดถ่ายรูปมุมนักท่องเที่ยวเลย ข้างหน้าพิพิธภัณฑ์มีบ่อน้ำตั้งอยู่ ริมบ่อน้ำมีผู้คนนั่งเล่น แช่เท้าในน้ำ (แหม่อย่างกะออนเช็น) น้องหมาวิ่งเล่นในน้ำบ้างหรือเจ้าของพาแวะมาดื่มน้ำในสระบ้าง เด็กๆหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็พากันถอดรองเท้าแล้วเดินเล่นในบ่อน้ำนั้น เราเองเดินรอบเมืองมาก็ขาลากเลยมานั่งพักเล่นที่ริมบ่อน้ำนี้เช่นกัน ข้างๆบ่อน้ำเป็นบริเวณของสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่อีกด้านมีบูธขายอาหารขายอยู่

ราคาตั๋วค่าเข้าริกส์มิวเซียม (rijksmuseum) 20 ยูโร (670 บาท)

ราคาตั๋วค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ริกส์มิวเซียม (rijksmuseum) อยู่ที่คนละ 20 ยูโร สามารถซื้อได้ที่ด้านในพิพิธภัณฑ์เลย ภายในพิพิธภัณฑ์มี wifi ฟรีให้ใช้และมีแอปพลิเคชันของพิพิธภัณฑ์เองให้ได้ดาวน์โหลดและฟังเรื่องราวของของสะสมในพิพิธภัณฑ์ได้แบบทีละชิ้นกันเลยทีเดียว หากใครสนใจก็แนะนำให้พกหูฟังติดตัวกันไว้ด้วยนะคะ ก่อนเข้าไปชม เพราะใครที่มีกระเป๋าถือใบใหญ่ เค้าให้ฝากกระเป๋าก่อนเข้าไปข้างในบริเวณจัดแสดง (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) เราถามพนักงานของทางพิพิธภัณฑ์ที่รับฝากกระเป๋าว่าเราสามารถถ่ายรูปข้างในได้ไหม เค้าบอกได้แต่ห้ามเปิดแฟลชค่ะ

รูปภาพแวนโก๊ะในพิพิธภัณฑ์ริกส์มิวเซียม

เข้าไปโซนแรก ด้านซ้ายมือก็จะมีภาพ portrait ของแวนโก๊ะที่แวนโก๊ะศิลปินชื่อดังวาดตัวเองด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะหาภาพนี้ไม่เจอเพราะเป็นภาพที่เหล่านักท่องเที่ยวกำลังมุงรอคิวถ่ายรูปกันอยู่ตลอด และถูกตั้งอยู่ในห้องแสดงห้องแรกเลย ศิลปินคนนี้ขณะที่มีชีวิตอยู่อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวและยากจน ภาพเขียนของเค้ามาดังเอาทีหลังเมื่อเค้าเสียชีวิตไปแล้ว เราลองอ่านประวัติดู.. เค้าทำงานในห้องภาพในฝรั่งเศสแต่ถูกไล่ออกในภายหลังเพราะไปบอกลูกค้าว่าเจ้าของร้านขายภาพโก่งราคาเกินจริง ก็เลยตกงาน จากนั้นตัดสินใจไปอยู่ที่โบสถ์ศึกษาพระคัมภีร์แทน ตัวเองไม่ค่อยมีเงินแต่ก็ให้คนอื่นยืมจนตัวเองลำบาก ไม่เป็นที่นิยมในการพูดเพื่อผู้อื่นให้เข้าใจในคำสั่งสอนเพราะเป็นคนพูดไม่เก่ง สุดท้ายเค้าก็เขียนจดหมายถึงน้องชายว่าตัวเองจะกลับมาทำในสิ่งที่เค้ารักคือการวาดภาพ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เค้ารังสรรค์ผลงานเอาไว้มากมาย น่าเศร้าที่สุดท้ายเค้าก็ปลิดชีวิตด้วยไกปืนจากโรคซึมเศร้าในที่สุด แต่หลังจากนั้นชื่อของเค้ากลายเป็นชื่อจิตรกรที่ใครๆก็รู้จักแม้วันเวลาจะผ่านไป แวนโก๊ะเป็นคนดัตช์ค่ะ พิพิธภัณฑ์ของเค้าก็ตั้งอยู่ใกล้ๆกันพิพิธภัณฑ์ริกส์มิวเซียมที่ตรงข้ามนั่นเอง พลาดพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะไป อย่างน้อยก็ได้มาเห็นภาพวาดตัวเองของแวนโก๊ะที่ริกส์มิวเซียมเป็นการปลอบใจแทน

กังหันลมเนเธอร์แลนด์

ภาพ protrait ของครอบครัวของคนดัตช์ในสมัยก่อน ภาพนี้อธิบายให้เห็นถึงความแตกต่างกันของฝั่งซ้ายผู้เป็นพ่อที่แต่งกายด้วยสีดำกับฝั่งขวาผู้เป็นลูกสาวที่แต่งกายแบบมีสีสันมากกว่า

ภาพวาด portrait ของคนในสมัยก่อนคู่กับสุนัขของตน

ภาพวาดของตู้บ้านตุ๊กตาและบ้านตุ๊กตาของจริง

ภาพกระเบื้องลายฟ้าขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์
ห้องสมุดภายในพิพิธภัณฑ์ริกส์มิวเซียมที่ยังมีคนใช้งานจริง เวลาเดินเข้าไปจากตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์ต้องไม่ส่งเสียงดังรบกวนคนข้างล่างที่กำลังอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานอยู่

นอกจากนี้ก็จะมีภาพวาดทัศนียภาพของประเทศเนเธอร์แลนด์ในสมัยก่อนอย่างฝูงแกะในทุ่งหญ้าหรือกังหันลมเนเธอร์แลนด์ที่แต่ก่อนใช้พลังงานลมเพื่อขับเคลื่อนกลไกของหินขนาดใหญ่ที่เป็นล้อหมุนที่อยู่ภายในให้บดละเอียดข้าวสาลีให้กลายเป็นแป้งในสมัยก่อน อีกภาพที่เห็นเยอะมากเลยก็คือภาพวาดของคนสำคัญต่างๆที่มีสัตว์เลี้ยงคู่ใจอย่างสุนัขอยู่ในภาพด้วย ไม่รู้เกี่ยวไหมแต่เราว่าคนประเทศนี้รักสุนัขกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพื่อนดัตช์เราก็ชอบสุนัข เวลาเดินไปตามท้องถนนก็เห็นผู้คนเดินจูงน้องหมามาเดินเล่นด้วยมากมาย เพื่อนคนไทยของเราอีกคนที่มาที่เนเธอร์แลนด์บ่อยๆเพราะมีครอบครัวอยู่ที่นี่บอกว่าคนที่นี่ใครเลี้ยงสุนัขต้องเสียภาษีให้กับทางรัฐ มีห้องนึงที่รวบรวมของเล่นของลูกหลานคนรวยในสมัยก่อนคือตู้บ้านตุ๊กตา ของบางอย่าง ตุ๊กตาบางตัวอาจหายไปบ้างแล้วแต่ถือว่าสภาพยังสมบูรณ์อยู่มาก ยิ่งใหญ่อลังการเชียว หากเดินเข้าร้านขายของที่ระลึกของที่นี่ก็จะเห็นของตกแต่งบ้านมากมายทำมาจากกระเบื้องลายฟ้าตัดกับพื้นหลังที่เป็นสีขาวดูจะเป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของคนที่นี่ที่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

สวนหย่อมข้างพิพิธภัณฑ์ริกส์มิวเซียม (rijksmuseum)

หากหันหน้าเข้าหาพิพิธภัณฑ์ที่ด้านขวาข้างพิพิธภัณฑ์มีสวนหย่อมขนาดย่อมๆพร้อมที่นั่งให้ได้นั่งเล่นดูดอกไม้ในสวน เด็กๆวิ่งเล่นบริเวณลานน้ำพุ มียามคนนึงคอยเดินตรวจตราความปลอดภัยบริเวณสวนตลอดเวลา หลังจากเข้าไปชมภายในพิพิธภัณฑ์เราก็มานั่งใต้ร่มไม้ที่สวนหย่อมบริเวณนี้กันซักพัก มองไปรอบๆมีคนพากลุ่มคนตาบอดมาเดินเล่นในสวนแล้วค่อยๆจับสัมผัสงานศิลปะที่อยู่ในสวนกัน ที่นี่เราเห็นคนพิการเค้าใช้ชีวิตกันอย่างเป็นปกติ ด้วยบ้านเมืองที่เป็นมิตรต่อจักรยาน ทำให้เห็นคนพิการเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถเข็นแบบพิเศษของตัวเองบนทางจักรยานได้ รถรางเวลาจอด พื้นรถก็จะแนบไปกับพื้นฟุตบาททำให้พวกเค้าสามารถควบคุมรถเข็นของตัวเองให้ขึ้นรถรางเองได้ด้วย

รีวิวเที่ยวอัมสเตอร์ดัมด้วยตัวเอง: แวะกินสเต๊กร้านอร่อยในอัมสเตอร์ดัมที่แนะนำโดยคนดัตช์เอง

สเต๊กเนื้อ เมนูเด็ดของร้าน 18.75 ยูโร (630 บาท)

สลัดโรยด้วยเบคอนอร่อยยยย 5.10 ยูโร (170)

เฟรนฟราย 3.8 ยูโร (130 บาท) สั่งมา 2 จาน จุกๆไปเลย สรุปสั่งมาเยอะเกิน กินไม่หมด
หัวหอมผัดเนยโรยพริกไทยพร้อมขนมปัง 1.8 ยูโร (60 บาท)

เมนูอาหารของร้าน Loetje และราคา

หากตกเย็น ท้องร้อง เริ่มหิวกันแล้วล่ะก็ เรามีร้านสเต๊กเนื้อร้านเด็ดในอัมสเตอร์ดัมมาแนะนำ ใครเป็น beef lover ชอบกินเนื้อหนักมากแบบเราต้องฟินแน่นอน ร้านสเต๊กร้านนี้ชื่อว่า “Loetje” เพื่อนดัตช์เป็นคนแนะนำเราเอง สามารถเดินไปได้จากพิพิธภัณฑ์ริกส์มิวเซียมได้เลยใช้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น คนยุโรปเค้าชอบกินแบบ Medium rare แต่คนไทยอย่างเราชอบกินแบบสุกๆ เลยขอทางร้านแบบ Well done ไป พนักงานที่รับออเดอร์บอกเกรงว่ามันจะไม่อร่อยนะ เราเลยขอเป็นแบบ Medium rare plus plus ได้ไหม ฮ่าๆ เพราะปกติของทางร้านสุกสุดคือ Medium rare plus ทางร้านบอกว่าจะพยายามทำแบบสุกกว่าเดิมอีกนิดหน่อยให้ อยากให้ลองกินดูก่อน ถ้ามาเสิร์ฟแล้วยังไม่ชอบก็บอกได้จะเอาไปทำให้สุกเพิ่มให้ หูยยย ใจดีอะไรขนาดนี้ พอของจริงมาเสิร์ฟ จานของเราเนื้อถูกผ่าครึ่งเพื่อดูด้านใน ฮ่าๆ ลองกินดูก็นุ่มหอมอร่อยดี มีเลือดซิบๆนิดเดียว พี่เลยรับได้ กินจนเกลี้ยงเลย สลัดก็อร่อยดี ราคารวมหมดนี่ สเต๊ก 3 จานรวมของกินเล่นอย่างที่เห็นก็ตกคนละ 600 กว่าบาทโดยประมาณ แพงนิดหน่อยแต่ถือว่าคุ้มมาก บรรยากาศก็ดี กินไปคุยไป ตั้งแต่เย็นรู้ตัวอีกทีฟ้าก็มืด ดูเวลาก็เกือบ 4 ทุ่มเข้าไปแล้ว ตอนจ่ายเงินเพื่อนก็บอกให้ทิปพนักงานด้วย เราก็เลยจ่ายไปอีก 5 ยูโร ฮืออออ บ้านเมืองพี่ไม่ต้องทิป เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม มื้อนี้เราเลี้ยงเพื่อนดัตช์เพราะรบกวนมื้อเช้าที่บ้านเค้ามาจะเป็นอาทิตย์แล้ว

เวลาเปิดให้บริการของร้าน Loetje: ทุกวัน 10.00 – 22:30 น.

พิกัดร้าน Loetje: Loetje Google Map

นั่งรถรางกลับไปที่สถานีรถไฟ Amsterdam Centraal

ขากลับเราลองนั่งรถรางกลับเพราะเมื่อยแล้วอยากลองนั่งรถรางที่นี่ดูด้วย สามารถซื้อตั๋วรถรางได้บนรถจากคนที่คอยเช็คตั๋วบนรถได้เลย จำได้ว่าราคาประมาณ 100 บาทต่อเที่ยว (ประมาณ 1 ชั่วโมง) ข้างๆสถานีรถรางจะมีป้ายบอกว่ารถรางจะมาถึงภายในกี่นาที ปลายทางที่จะไปคือที่ไหน และรถรางหมายเลขอะไรที่เราต้องขึ้น หากจะขึ้นกลับไปที่ Centraal station ต้องขึ้นรถรางหมายเลข 12

บัตรรถไฟฟ้าใต้ดินในอัมสเตอร์ดัม 1 ชั่วโมง 3.2 ยูโร ( 107 บาท)

ในอัมสเตอร์ดัมมีรถไฟฟ้าใต้ดินด้วยนะ ถ้าใครเดินรอบเมืองจนขาลากแบบเรา เดินต่ออีกไม่ไหวแล้ว รู้ตัวอีกทีก็เดินออกมาจากกลางเมืองมาซะไกล เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนดัตช์จริงๆ มองรอบตัวไม่มีสถานีรถรางไหนไปที่สถานี Amsterdam Centraal เลย เพื่อนๆสามารถที่จะมองหารถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อนั่งกลับ Amsterdam Centraal ได้ค่ะ เหมือนเดิมคือตั๋วที่นี่เค้าไม่ได้ขายเป็นเที่ยว เค้าขายตามเวลา ขั้นต่ำสุดก็คือ 1 ชั่วโมง ราคา 3.2 ยูโร ถ้าใครคิดว่าตัวเองต้องได้นั่งรถรางหรือรถไฟฟ้าใต้ดินแน่ๆ เพื่อนๆอาจซื้อตั๋วรวมที่เครื่องซื้อตั๋วรถไฟตั้งแต่ตอนแรกเลยก็ได้ ที่เป็นแบบ 1 day ticket ราคาเดียวรวมทุกอย่างไม่ว่าจะขึ้นรถไฟ รถราง รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถบัส ลองคำนวณดูค่ะว่าแบบไหนคุ้มกว่า ถ้าเดินเยอะมากแบบเรา ซื้อแบบตั๋วเที่ยวเดียวก็อาจจะเพียงพอแล้ว

เราเดินทางเข้ามาเที่ยวในอัมสเตอร์ดัม 2 วันด้วยกัน กว่าจะนั่งรถไฟมาถึงในเมืองก็ปาเข้าไปเที่ยงวันแล้ว วันแรกเดินเล่นๆรอบๆเมือง นั่งดื่มเครื่องดื่มดูผู้คนไปมาในร้านอาหารกลางแจ้ง นั่งพักหน้าริกส์มิวเซียมเพราะเดินเยอะกับกินสเต๊กตอนมื้อค่ำก็หมดวันแล้ว ส่วนวันที่ 2 เราไปตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่สุดท้ายเข้าได้แค่ริกส์มิวเซียม นั่งเล่นในสวนข้างพิพิธภัณฑ์ นั่งเล่นหน้าพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ เดินเล่นในตลาดอัลเบิร์ต Albert Cuyp Market ล่องเรือทัวร์ก็หมดอีกวันนึงแล้ว เวลาผ่านไปไวจริงๆ หากมีโอกาสได้กลับมาที่อัมสเตอร์ดัมอีก สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่พลาดจองตั๋วล่วงหน้าบ้านแอนนาแฟรงค์และพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะเด็ดขาดเลย ฮือออ ขอให้ทุกคนมีทริปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมที่สนุกค่ะ

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่นี่: เที่ยวยุโรปครั้งแรกด้วยตัวเอง: เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แนะนำวิธีเดินทางด้วยรถบัส รถไฟ และเครื่องบิน แนะนำเว็บไซต์จองที่พักราคาถูก ไม่อยากพกเงินสดเยอะต้องทำยังไง แพลนเที่ยวยุโรป 2 เดือน และรีวิวบินไปยุโรปกับ Qatar Airways

อ่านตอนต่อไปของเที่ยวเนเธอร์แลนด์ด้วยตัวเองได้ที่นี่:  เที่ยวอัลค์มาร์ (Alkmaar) ตอนที่ 1: เดินเล่นในใจกลางเมืองอัลค์มาร์และแชร์ประสบการณ์ใช้ชีวิต 1 อาทิตย์ในบ้านคนดัตช์


เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-อัมสเตอร์ดัมได้ที่นี่: http://bit.ly/flights-bangkok-amsterdam

แนะนำวิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกและคุ้มที่สุดสำหรับการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศ เอาใจแบ็คแพ็คเกอร์สายประหยัดเหมือนกัน

เรื่อง: ตรีสุคนธ์ จีระมะกร (ตรี)

  • รับจ้างเขียน content สนใจส่งข้อความมาทางเว็บไซต์ได้เลยค่ะ
  • รับจองตั๋วเครื่องบินทั้งในไทยและต่างประเทศราคาถูก สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและทักแชทมาได้ที่ Helloholidays.xyz FB Page

 

Tags:
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
8 Comments