Author: threeteatree

'Pianissimo' ในภาษาอิตาลีแปลว่า 'แผ่วเบา' ทางร้านใช้ชื่อนี้เพราะชอบในเสียงดนตรีที่เบาสบายน่าฟัง เสียงนั้นไพเราะและสามารถส่งต่อความเรียบง่ายอ่อนโยนไปยังผู้ฟัง แม้จะเพียงแผ่วเบา.. คนที่ตั้งใจฟังจริงๆก็จะได้ยินมันอย่างชัดเจน การ์ดภายในร้านส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ออกมาจากถ้อยคำในหนังสือ หนัง และศิลปินที่พี่เมย์ เจ้าของร้านนั้นชื่นชอบ หรือเป็นตัวการ์ตูนที่ถูกออกแบบขึ้นมาเองโดยไม่ซ้ำแบบใคร เป็นการส่งมอบถ้อยคำดีๆและรูปน่ารักๆที่ให้ความรู้สึกพิเศษแก่ผู้ได้รับการ์ดนั้นเป็นอย่างดี มาลองเดินๆดูที่ร้านอาจจะเจอการ์ดที่มาจากหนังสือหรือหนังที่คุณชื่นชอบก็ได้นะ การ์ดในโอกาสหรือเทศกาลต่างๆ Happy New year 2019  Merry X'Mas   Graduation Ceremony  Please grow birthday card Happy Anniversary  นอกจากการ์ดแล้ว ที่ร้านก็ยังมีถุงผ้า สติ๊กเกอร์ หนังสือทำมือ แก้วน้ำ กระดาษห่อของขวัญ ทั้งของพี่เมย์หรือเพื่อนศิลปินท่านอื่นๆให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่พี่เอกได้เจอเข้ากับเครื่อง letter press ‘Adana 8x5’ ที่เป็นเหมือนงานอดิเรกสำหรับชาวอังกฤษจากตลาดสินค้ามือสองออนไลน์ แล้วก็ตัดสินใจซื้อมาโดยที่ไม่รู้ว่าจะมันใช้งานยังไง จะประกอบมันได้ไหม หลังจากที่ได้มา พี่เอกและพี่เมย์ก็ได้ทำการลองผิดลองถูกกับการใช้งานเจ้าเครื่องนี้ด้วยตัวเองแต่ก็ยังไม่เวิร์ค เสียทั้งเงินและเวลา จนสุดท้ายก็ตัดสินใจพากันไปโรงพิมพ์เก่าตามสถานที่ต่างๆ จนได้ไปเจอกับคนที่รู้วิธีการใช้งานของเจ้าเครื่องนี้ ส่วนใหญ่ก็อายุเกิน 70 กันทัั้งนั้น แต่ก็ได้ให้ความช่วยเหลือพี่เอกและพี่เมย์เป็นอย่างดี ให้อุปกรณ์บางอย่างที่ไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้มาลองใช้ จนเป็นเวลาเกือบ...

"กลุ่มใบไม้" จนถึงวันนี้มีอายุครบ 10 ปีแล้วกับการรวมตัวกันทำงานเพื่อธรรมชาติ ผืนป่า สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม เริ่มจากกลุ่มนักศึกษาที่รักในงานอนุรักษ์ได้ชวนเพื่อนๆมาจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกๆคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาใหญ่ เพื่อตระหนักถึงคุณค่าและช่วยกันอนุรักษ์ให้มากขึ้นด้วยการ "ทำในสิ่งที่เราทำได้ ณ จุดที่เราอยู่ ด้วยสิ่งที่เรามี" วันเวลาผ่านไป.. กิจกรรมต่างๆทำให้คนรู้จักกับกลุ่มใบไม้มากขึ้น ในขณะเดียวกันกลุ่มใบไม้เองก็ได้รู้จักกับกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนมารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ให้มีพลังเยอะขึ้น เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์และทำกิจกรรมดีๆเพื่อธรรมชาติกันต่อไป.. กลุ่มใบไม้ใด้ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนในการเนรมิตสวนมะยงชิดของคุณพ่อพี่เก่ง หัวหน้าของกลุ่มใบไม้ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ให้กลายมาเป็น Baimai Activity Space พื้นที่ในการจัดงานครั้งนี้ออกมาได้อย่างน่ารัก ทุกๆมุมของที่นี่แสดงให้เห็นว่าถูกคิดค้นมาอย่างดีและทำออกมาอย่างตั้งใจ ส่วนใหญ่จะเน้นทำจากวัสดุธรรมชาติ.. พี่ชอบเวทีมากๆเลย โคตรเท่ ! ทางเดินดาว สวยเนอะ ขอบคุณที่ทำให้มีค่ำคืนที่ดี Looksorn - Hope family บทเพลงที่มีความหมายดีๆเกี่ยวกับเรื่องราวของความรัก ความฝัน เพื่อน และการดำเนินชีวิตของเหล่าศิลปินอิสระมากมายถูกแวะเวียนเข้ามาถ่ายทอดเสียงเพลงให้ฟังเพลินๆภายในงานกัน เราชอบเสียงของพี่ลูกศรจากวง Hope Family จัง พี่เค้าร้องเพลงโปรดของเรา...

มาเดินเล่นในตัวเมืองนาฮะกันบ้างดีกว่า.. วันนี้เราแวะไปกันที่ เขตุพื้นที่ชุ่มน้ำและศูนย์อนุรักษ์นกน้ำ (Manko Water Bird Wetland Center) แต่ก็ไม่เห็นนกกันซักตัว ฮ่าๆ เห็นแค่ปูตัวเล็กๆที่อยู่ในป่าชายเลน (Mangrove forest) ที่นี่เท่านั้น เพราะเราไปช่วงหน้าร้อนเดือนกรกฎาคม แต่จริงๆแล้วช่วงเวลาที่แนะนำให้ไปที่นี่คือช่วงหน้าหนาวเพราะเป็นแหล่งที่พักของเหล่านกชายฝั่งทะเลที่อพยพกันมา อย่างเช่น นกปากช้อนหน้าดำ (Black-faced Spoonbill) นอกจากนกแล้วก็ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์อื่นๆในเขตป่าชายเลนอย่างเช่นพวกปลาและปูต่างๆ ถ้าใครไปโอกินาวะช่วงหน้าหนาวแนะนำให้ไปที่นี่กันค่ะ แหล่งธรรมชาติที่ใกล้ตัวเมือง เดินทางสะดวก แค่ลงที่ monorail สถานี Onoyama Koen station แล้วเดินประมาณ 15 นาทีก็ถึง Black-faced Spoonbill (Reference: wikipedia) เด็กๆน่าจะชอบ อย่างน้องคนนี้ เดินไป หยุดดูปูไป ฮ่าๆ น่ารักดี คุณแม่เค้าก็พูด "โคนิจิวะ" กับเราด้วย  บอกว่าถ่ายที่โอกินาวะใครจะเชื่อ เหมือนป่าชายเลนแถวชลบุรีอ่าเอาจริง ฮ่าๆ ดอกชบา...

เนื่องจากเรากับเพื่อนขับรถกันไม่เป็นแล้วอยากออกไปเที่ยวไกลๆหลายๆที่กันบ้าง พวกเราเลยตัดสินใจที่จะซื้อทัวร์แบบ 1 day tour กัน ซึ่งทัวร์ที่นี่มีหลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ดำนำดูปลาและประการัง นั่งเรือออกไปดูปลาวาฬ ปิ้งบาร์บีคิวริมชายหาด เที่ยวสวนสัปปะรด ทำ handmade ตัวชีซ่าหรือกรอปรูปจากเปลือกหอยด้วยตัวเอง และอื่นๆอีกมากมาย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเลือกทัวร์ในแบบที่ชอบได้ที่นี่เลยค่ะ Jumbo Tour in Okinawa หลังจากเลือกได้แล้วก็จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต และไปรอตามสถานที่ที่เค้าแจ้งไว้ว่าจะมีรถบัสมาจอดรอซึ่งก็จะไม่ไกลจาก Monorail station สามารถเดินไปได้ ทัวร์ที่เราเลือกราคา 6,000 เยน (1,800 บาท) รวมค่าตั๋วเข้าชมสถานที่แล้ว แต่ไม่มีไกด์ จะมีเป็นไฟล์เสียงให้ฟังบนรถแทน ทัวร์จะเน้นไปทางรับส่งเราซะมากกว่า แล้วให้เราได้ใช้เวลาแต่ละสถานที่ด้วยตนเองตามใจชอบ ซึ่งเราชอบเพราะว่าค่อนข้างอิสระดี ใช้เวลาตั้งแต่เช้ายันเย็นทั้งหมด 11-12 ชั่วโมง คือเอาจนคุ้มอ่ะ ไปทั้งหมด 4 ที่ด้วยกันคือ สะพานโคอุริ (Kouri bridge) นั่งรถออกจากตัวเมืองนาฮะมาถึงที่สะพานโคอุริใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง...

มาถึงโอกินาวะแล้วก็ต้องไปลุยแดดชายหาดกันหน่อยที่เกาะมินนะจิมะหรือเกาะครัวซองต์ พี่ยอมแล้วทุกอย่าง เพราะน้ำทะเลที่นี่สีสวยเหลือเกินและน้ำก็ใสมากจริงๆค่ะคุณขา ไม่เชื่อไปดูรูปสิ เรามากับเพื่อน 2 คน ไม่มีใครขับรถเป็นเลย ก็เลยไปที่เกาะนี้แบบลุยๆด้วยการนั่งรถบัสไปกันเองแบบตาม google map ไป ฮ่าๆ สามารถนั่ง monorail ไปลงที่สถานี Kensho mae station และเดินไปที่ Kensho-kitaguchi bus station จะมีรถบัสจอดรออยู่ ก็ลองถามคนขับว่าไปลง Motobu รึปล่าว พอเค้าพยักหน้าก็กระโดดขึ้นรถเลย ซื้อตั๋วบนรถเพื่อไปลงที่ Motobu ใกล้กับ Motobu high school ซึ่งช่วงเช้าจะมีแค่ 3 รอบเท่านั้นคือ 7.04 น. 8.17 น. และ 8.47 น. ใช้เวลาประมาณ 2.30 - 3...

หลังจากออกจากปราสาทมาก็มีความหิวโหยกันเป็นอย่างมาก เดินเข้าร้านมั่วๆปรากฎว่าครัวปิดไปอีก แต่เค้าก็ใจดีแนะนำร้านโซบะให้เรา ร้านนี้ชื่อว่า "Ryukyu Sabo Ashibiuna" น้ำซุปใสแต่รสชาติเจ้มจ้น มันหมูมีความนิ่มนุุ่มละลายในปาก อร่อยมาก อยากให้ทุกคนไปลอง ร้านเปิด 11 โมงถึงบ่าย 3 และจะเปิดอีกทีตอน 5 โมงเย็น ร้านจะอยู่ระหว่างทางที่เดินกลับจากปราสาทไปยังสถานี monorail นั่นแหละ อยู่ในซอยที่มี Lawson ตั้งอยู่ ก่อนถึงไปรษญีย์ พิกัด: Ryukyu Sabo Ashibiuna Map หน้าพี่คือแป๊นแล๊นและฟินมากจริงๆ กินไป ชมสวนญี่ปุ่นสไตล์เซนไป ชิวว เลือกจองที่พักที่ถูกที่สุดที่หาได้ในย่านนาฮะ เพราะพี่งก (เออ ง่ายๆงี้เลย) ฮ่าๆ ได้เป็น "Lohas Villas Hotel" ซึ่ง Location ดีมากๆเพราะใกล้กับถนนโคคุไซโดริ (Kokusaidori street) แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของโอกินาวะ เดินแบบ 2-3...

มีอยู่วันนึงเพื่อนทักมา ชวนไปเที่ยวโอกินาวะเป็นเวลาสั้นๆแค่ 5 วัน 4 คืน เราก็ชั่งใจอยู่นานเพราะจังหวัดนี้ไม่เคยอยู่ในลิสของที่เที่ยวที่อยากจะไปมาก่อนเลย แถมไปแค่เวลาสั้นๆเองกลัวว่าจะไม่คุ้ม เราเคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราได้ทุนมาจากรัฐบาลญี่ปุ่นในโครงการ "Jenesys Japan" เปิดโอกาสให้ได้ไปเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นั่น ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโตเกียว และอยู่กับ Host Family ที่กิฟุซึ่งพวกเค้าก็ใจดีพาเราไปเที่ยวเกียวโตด้วย เป็นเวลารวมทั้งหมด 9 วัน ครั้งนั้นทำให้เราตกหลุมรักญี่ปุ่นเข้าอย่างเต็มเปา ใครไปก็ต้องตกหลุมรักประเทศนี้กันทั้งนั้น จะกินอะไรไม่ว่าจะของคาวของหวานก็อร่อยไปซะหมด จะมองทางซ้ายก็เข้าตา จะมองทางขวา โอ๊ะโอ้ยก็โดน มีแต่ของน่ารักๆอยากซื้อกลับไปครอบครอง อากาศช่วงมกรานี่ก็หนาวสุด คนไทยอย่างเราก็เลยได้สนุกกับการแต่งตัวแบบหนาวๆกันเพราะที่ไทยทำแบบนี้ไม่ได้ ได้แต่งชุดกิโมโนไปเที่ยววัดเป็นครั้งแรก ได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรก ได้นั่งชินคันเซนและเห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นครั้งแรก ได้กินซูชิต้นตำรับเป็นครั้งแรก.. ได้ไปออนเซ็นเป็นครั้งแรกซึ่งมันสบายตัวแบบดีย์เหลือเกินค่ะคุณขา ทางเดินไปปราสาทชุริ : ช่วงประมาณบ่าย 3 แม่บ้านญี่ปุ่นกำลังเดินจับมือลูกกลับบ้าน  เกือบ 1...

"NooJo Art & Farm" เป็นตลาดนัดที่จัดขึ้นโดยคุณหนู ภัทรพร และ คุณโจ วีรวุฒิ เจ้าของฟาร์มในอัมพวาที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ WWOOF เครือข่ายอาสาสมัครในฟาร์มออร์แกนิคในหลายประเทศ และเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เปิดให้อาสาสมัครจากทั่วโลกได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับการทำสวนภายในฟาร์มของพวกเค้า นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการเป็นที่พัก Airbnb ให้กับผู้คนที่มาเที่ยวอัมพวากัน หากใครสนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ NooJo Art & Farmstay น้ำมะพร้าวดื่มด้วยหลอดจากต้นอ้อ Take me away ได้ไปเดินเล่นที่ตลาดนัดแห่งนี้ที่จัดขึ้น ณ สวนครูองุ่น ทองหล่อซอย 3 พื้นที่สาธารณะที่สามารถเช่าสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมต่างๆได้ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนครูองุ่นได้ที่นี่เลยค่ะ สวนครูองุ่น สวนเล็กๆที่ถูกสงวนไว้เพื่อทุกคนใจกลางทองหล่อ) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประทับใจมากคือเค้ารณรงค์งดใช้พลาสติก แก้ไขปัญหาขยะเกลื่อนหลังเลิกงานจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จึงเชิญชวนทุกคนที่มางานให้พกถุงผ้ามาด้วย ถ้าไม่มีแบบเราที่ลืมพกไปด้วย ชิ้นเล็กๆก็แค่หยิบใส่กระเป๋าซะ ส่วนชิ้นใหญ่หน่อยทางร้านก็จะใส่ถุงผ้าที่มีเตรียมไว้ให้หรือนำถุงพลาสติกที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำอีก เหล่าแม่ค้าพ่อค้าที่นี่ชวนเราคุยอย่างเป็นกันเอง เป็นมิตรมาก และมีแต่สินค้าน่ารักๆน่าอุดหนุนเต็มไปหมด Takemeaway จึงได้ขอถ่ายภาพและขอช่องทางติดต่อต่างๆเก็บไว้มาฝากทุกคนที่รักในงานคราฟท์และสินค้าออร์แกนิคเหมือนกัน เราได้ของน่ารักๆและมีประโยชน์ติดไม้ติดมือกลับบ้านมาเต็มเลย...

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปดูหนังที่โรงหนังทางเลือก House RCA เป็นครั้งแรก ปกติไม่ค่อยดูหนังในโรงเท่าไหร่นักเพราะราคาแพงและในโรงหนังก็หนาวซะเหลือเกิน ชอบย้อนหาดูหนังเก่าๆที่น่าสนใจซะมากกว่า หนังแนวโปรดของผู้หญิงเพ้อๆอย่างเราก็คือหนังรักโรแมนติกอย่าง One day, The Note Book, Love Rosie และ Me before you พอเราเห็นคนแชร์เกี่ยวกับหนังเรื่อง "Wildlife" หนังที่พูดถึงอีกแง่มุมนึงของความรักและครอบครัว ที่มีฉายที่ House RCA ด้วย พร้อมกับพระเอกสุดหล่อคนโปรดของเราอย่าง เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal) รับบทเล่นเป็นคุณพ่อเจอร์รี่ (Jerry Brinson) ในครั้งนี้ เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้มาดูหนังที่โรงหนังอินดี้แห่งนี้ซักที เคยได้ยินแต่คนพูดถึง.. วิธีเดินทางไป House RCA คือลง MRT สถานีเพชรบุรีทางออกที่ 1 แล้วเดินย้อนไปจนถึงทางรถไฟจะมีรถมอเตอร์ไซด์จอดรออยู่ บอกไป House RCA ราคาจะอยู่ที่ 30 บาท...

ไม่น่าเชื่อเลยว่า ย่านทองหล่อที่เต็มไปด้วยร้านอาหารหรู บาร์ คลับ และตึกสูงใหญ่มากมาย จะมีมุมที่เป็นสวนเล็กๆที่น่ารักแบบนี้ให้เราได้แวะเข้าไปนั่งเล่นได้อย่างสบายใจ.. จนลืมไปเลยว่ากำลังนั่งอยู่ในใจกลางเมืองกรุงอย่างทองหล่อ บริเวณกลางสวนจะมีพื้นที่ให้ครอบครัวสามารถพาเด็กๆมาเล่นทราย เล่นของเล่นที่ทางสวนจัดเตรียมไว้ให้กันได้ฟรีๆ เราเห็นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติพาลูกๆมาเล่นกันมากมาย มองดูเด็กๆวิ่งเล่นไปมาก็เพลินตา ทางด้านหน้าจะมีคาเฟ่ขายเครื่องดื่มไว้ให้บริการ รสชาติอร่อยใช้ได้เลยหล่ะ คาเฟ่ในสวนที่นี่ชิวอย่าบอกใคร นั่งดื่มไป ชมสวนไป ตากลมธรรมชาติไม่ต้องง้อแอร์ แถมรายได้ของทางร้านที่ได้จากเราไปก็จะเป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ ที่นี่นั่งเล่นเพลินๆลืมเวลาไปได้เลย ไม่ต้องห่วง เพราะมีห้องน้ำสะอาดคอยให้บริการอยู่ทางด้านหลังของสวนด้วย "การแบ่งปันของคุณ.. เปลี่ยนแปลงสังคม"  ที่นี่รับบริจาคสิ่งของต่างๆไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของใช้ต่างๆ คอมพิวเตอร์ถึงแม้จะพังแล้ว ของเล่น และหนังสือ เพื่อนำไปบริจาคให้แก่เด็กๆในถิ่นทุรกันดาร และบางส่วนถูกนำมาขายในราคาถูกเพื่อหารายได้เข้า มูลนิธิกระจกเงา (The mirror foundation) มูลนิธิเพื่อสังคมที่สร้างสรรค์โครงการดีๆมากมายเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเช่น ศูนย์ข้อมูลคนหาย, โครงการอ่านสร้างชาติ, โครงการกองทุนเสื้อผ้าเพื่อการแบ่งปัน, โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง และอื่นๆอีกหลายโครงการ.. ตู้เย็นที่ไม่ใช้แล้วสามารถนำมาบริจาคเพื่อทำเป็นตู้ใส่หนังสือสำหรับเด็กๆในชื่อ "ตู้หนังสือเย็นๆ" หนังสือมือสองที่นำมาบริจาคจะถูกส่งต่อให้กับโรงเรียนและชุมชนที่ขาดแคลน เพื่อนๆสามารถนำกระดาษ...