Author: threeteatree

เราเคยคิดมาตลอดว่าถ้าได้มาเที่ยวที่ประเทศเยอรมัน สิ่งที่เราอยากจะมาเห็นมากที่สุดก็คือกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) เท่าที่เห็นที่บริเวณเช็คพอยท์ ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ก็เป็นเพียงแค่บางชิ้นส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่เท่านั้นเพราะตั้งแต่ปี 1989 หลังจากที่รัฐบาลเยอรมันตะวันออกประกาศว่าอนุญาตให้คนเยอรมันฝั่งตัวเองข้ามฝั่งไปยังเยอรมันตะวันตกได้ ผู้คนต่างพากันดีใจพร้อมทั้งช่วยทุบทำลายกำแพงเบอร์ลินที่เคยมีความยาวมากถึง 140 กิโลเมตรทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นที่กั้นขวางคนเยอรมันทั้งสองฝั่งอีกต่อไป รัฐบาลเองก็ส่งคนและเครื่องมือมาช่วยกันทำลายด้วยแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางส่วนของกำแพงเบอร์ลินกว่า 1.3 กิโลเมตรยังคงถูกสงวนไว้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งให้คนรุ่นหลังได้มาเห็นว่าครั้งนึงเคยมีกำแพงเบอร์ลินมาก่อน กำแพงเหล่านี้ถูกเพ้นท์ภาพที่กำแพงด้านในของฝั่งตะวันออกจนกลายเป็นแหล่งรวบรวมสตรีทอาร์ตจากศิลปินอิสระมากมายจากทั่วโลกมากกว่า 100 คนตั้งแต่ปี 1990 หลังกำแพงถูกทำลายลงจนกลายเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวอยากมาถ่ายรูปคู่กับสตรีทอาร์ตคูลๆเหล่านี้ ที่นี่มีชื่อว่า "อีสต์ไซด์แกลลอรี (The East Side Gallery)" รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: วันที่สองของการเที่ยวเบอร์ลิน เริ่มต้นกันด้วยชมสตรีทอาร์ตบนกำแพงเบอร์ลินที่ยังไม่ถูกทำลาย เพื่อนๆคิดว่าธงชาติอันนี้หน้าตาคุ้นๆไหม? พอจะเดาออกกันไหมว่าเป็นธงชาติของประเทศอะไรกับประเทศอะไร? Lead me on my dreams Among different time and space To share hope with nations and...

วิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกสำหรับการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศ สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่มีใจรักในการเดินทางทุกคน วันนี้ Takemeaway.life อยากจะมาแนะนำวิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกสำหรับการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศที่เราใช้เองผ่านบล็อกนี้แบบละเอียดกันค่ะ เอาใจแบ็คแพ็คเกอร์สายประหยัดเหมือนกันกับเรา ถ้าประหยัดเงินค่าตั๋วเครื่องบินได้ไม่มากก็น้อย เราก็จะมีเงินตรงนี้เหลือไปจ่ายค่าที่พักเพิ่มได้อีกหลายคืน ต่อเวลาแห่งความสุขของพวกเราให้ยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม ได้กินอาหารอร่อยๆในประเทศนั้นๆเพิ่มอีกหลายมื้อ หรือมีเงินเก็บไว้ไปเที่ยวประเทศอื่นๆในทริปต่อไป Taipei, June 2017 เราเป็นแบ็คแพ็คเกอร์ตัวเล็กๆคนนึงที่มีความฝันเหมือนกับคนอื่นหลายๆคนว่าอยากจะ “เที่ยวรอบโลก” ค่อยๆบ่มเพาะความฝันของตัวเองให้เป็นจริงขึ้นมาด้วยการแบ็คแพ็คไปเที่ยวแบบประหยัด เพื่อที่จะได้มีเงินเหลือไว้ไปเที่ยวเพิ่มในทริปต่อไปได้อีก ซึ่งตอนนี้เราไปเที่ยวมาทั้งหมด 22 ประเทศแล้ว เย้! บางประเทศเราสอบสัมภาษณ์ได้ทุนไปตั้งแต่สมัยเรียนอย่างประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา และญี่ปุ่น บางประเทศเราเก็บเงินไปเที่ยวเองทั้งตอนเรียนด้วยการเป็นติวเตอร์และทำงานพาร์ททามและหลังจากทำงานแล้วอย่างประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ศรีลังกา อินเดีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน สาธารณะรัฐเช็ก โปแลนด์ เดนมาร์ก สเปน ออสเตรีย ฮังการี ไอซ์แลนด์ และล่าสุดจอร์เจีย ปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นตอนของการสานฝันให้ค่อยๆเป็นจริงไปเรื่อยๆในทุกๆปี Tiblisi, October 2019 เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ...

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: กินอะไรดีในเบอร์ลิน? Takemeaway.life ชวนกิน Currywurst ที่ร้านอร่อยเจ้าดัง Konnopke's Imbiss ถ้าอยากให้แนะนำร้านอาหารร้านอร่อยในเบอร์ลิน เรารีบยกมือขอแนะนำร้านนี้เลย Konnopke's Imbiss ร้านขาย Currywurst ในเบอร์ลิน อาหารดั้งเดิมของคนเบอร์ลินเค้า แต่เรามาทำความรู้จักกับ Currywurst กันก่อนซักนิดดีกว่าค่ะ Currywurst คืออะไร? Currywurst คืออาหารฟาสต์ฟู้ด (Fast-food) ของคนเยอรมัน ทำมาจากไส้กรอกหมูนึ่งแล้วตามด้วยทอดหรือย่าง มักจะถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำแล้วเสิร์ฟคู่กับซอสมะเขือเทศและโรยหน้าด้วยผงกะหรี่ ที่ซอสมะเขือเทศเค้าอร่อยกว่าซอสมะเขือเทศทั่วๆไปก็เพราะว่ามีส่วนผสมของสมุนไพรอื่นๆอยู่ด้วยนั่นเอง แล้วใครเป็นคนคิดค้นอาหารสุดฮิตอย่าง Currywurst ขึ้นมาละ? Currywurst เป็นอาหารที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยบังเอิญจากหญิงชาวเยอรมันที่ชื่อว่า Herta Heuwer เธอได้รับซอสจากเมือง Worcester และผงกะหรี่มาจากประเทศอังกฤษจากทหารเยอรมัน จากนั้นเธอก็ได้ลองผสม 2 ส่วนผสมนี้เข้าด้วยกันพร้อมด้วยสมุนไพรอื่นๆอีกเล็กน้อยแล้วราดลงบนไส้กรอก ทำขายในราคาถูกให้กับคนงานก่อสร้างที่มีมากมายย่าน Charlottenburg ในประเทศเยอรมันสมัยนั้น ภาพของเคาน์เตอร์สั่งอาหารหน้าร้าน Konnopke's Imbiss ร้าน Konnopke's Imbiss ร้านนี้เป็นเจ้าเก่าเจ้าแก่เปิดมาตั้งแต่ปี 1930...

ถึงจะเป็นเที่ยวเบอร์ลินตอนที่ 5 แล้ว แต่เชื่อไหมว่าทั้งหมดตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้สามารถทำได้ทั้งหมดใน 1 วันในเบอร์ลิน ตั้งแต่เดินเล่นในตลาดนัดอินดี้วันเสาร์ (Flohmarkt im Mauerpark), นั่งชิวในลานเบียร์เก่าแก่ (Prater garden) ย่านเพรนซเลาเออร์ แบร์ค (Prenzlauer Berg), ก้าวข้ามระหว่างฝั่งอดีตเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตกที่เช็คพอยท์ ชาร์ลี (Checkpoint Charlie), ถ่ายรูปคู่กับประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) แลนด์มาร์คของเบอร์ลิน, เดินเล่นรอบๆอาคารรัฐสภาเยอรมันบุนเดสทาค (Bundestag) และปิดท้ายวันด้วยการแวะไปไว้อาลัยให้กับชาวยิวกว่าล้านคนที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อนุสรณ์สถานฮอโลคอสต์พร้อมนั่งเล่นในเทียร์การ์เด้นท์ (Tiergarten) และส่องหาสุนัขจิ้งจอกที่อาศัยอยู่ในสวนขนาดใหญ่แห่งนี้ก่อนกลับที่พัก ซึ่งเราจะมาพูดถึงกันในบล็อกนี้นั่นเอง เที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: แวะไว้อาลัยให้กับชาวยิวกว่าล้านคนที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อนุสรณ์สถานฮอโลคอสต์ (Holocaust Memorial) อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Memorial to the Murdered Jews of Europe) อนุสรณ์สถานฮอโลคอสต์...

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: แลนมาร์คของเบอร์ลิน ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate)  ภาพประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) ตอนฟ้าเริ่มมืด สวยไปอีกแบบ หลังจากแวะไปที่เช็คพอยท์ ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเบอร์ลินหลังจากเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 กันเพิ่มอีกนิดหน่อยแล้ว ก็มาถ่ายรูปคู่กับแลนด์มาร์คของเบอร์ลินอย่าง "ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate)" กันต่อบ้าง ประตูบรันเดินบวร์คเป็นประตูเมืองที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นรับสั่งของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 2 (Frederick William II) แห่งปรัสเซีย เป็นศิลปะแบบ Neoclassic โดยได้ต้นแบบมาจากวิหารบนอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (Propylaea of Athens’ Acropolis) ตั้งใจให้เป็นดั่งสัญลักษณ์ของสันติภาพ ตั้งอยู่บนทางเข้าของพระราชวังกรุงเบอร์ลิน (Berlin City Palace) ของพระองค์ในสมัยนั้น โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดเกือบ 3...

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: เช็คพอยท์ ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) หลังจากแวะจิบเบียร์กันที่ Prater Beer Garden กันพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ไปเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมันผ่านสถานที่จริงที่เช็คพอยท์ ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) กันต่อ ที่นี่คือจุดเช็คหนึ่งในสามที่ดูแลโดยทหารอเมริกันฝั่งเยอรมันตะวันตก ถูกสร้างขึ้นจากคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F Kennedy) ในเดือนสิงหาคม ปี 1961 เพื่อให้คณะทูตและกองกำลังพันธมิตรนั้นสามารถเดินทางเข้าออกผ่านจุดเช็คแห่งนี้ได้ และเป็นจุดเช็คเพียงจุดเดียวที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถผ่านเข้าออกได้ หลังจากที่เยอรมันฝั่งตะวันออกมีคำสั่งให้สร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้คนจากฝั่งเยอรมันตะวันออกข้ามฝั่งไปที่เยอรมันตะวันตกง่ายๆได้อีกต่อไป ส่วนจุดเช็คอีก 2 แห่งที่ว่านั้นมีชื่อว่าเช็คพอยท์อัลฟาและเช็คพอยท์บราโว (Checkpoint Alpha and Bravo) แต่ทำไมเช็คพอยท์ ชาร์ลีแห่งเดียวนี้ถึงมีชื่อเสียงขึ้นมาล่ะ? ทางออกรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Kochstraße (Checkpoint Charlie) ตามสถานีรถไฟต่างๆก็จะมีเหล่าศิลปินและนักดนตรีอิสระเล่นดนตรีให้เราฟัง เครื่องดนตรีแปลกสุด แต่เสียงดนตรีเพราะดี โฆษณาแมคโดนัลด์ (Mcdonald) ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Kochstraße ระหว่างทางเดินมีโบรชัวร์เกี่ยวกับเรื่องราวของเช็คพอยท์...

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: นั่งชิวในลานเบียร์เก่าแก่ (Prater garden) ย่านเพรนซเลาเออร์ แบร์ค (Prenzlauer Berg) หลังจากเดินเล่นในตลาดนัดอินดี้วันเสาร์ที่ Mauer park วนไปมาหลายรอบแล้ว ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือให้เดินเล่นในเบอร์ลินกันต่อ เดินมาอีกแค่ 10 นาทีก็มาถึงย่านเพรนซเลาเออร์ แบร์ค (Prenzlauer Berg) กันแล้วค่ะ รู้ตัวว่าถึงย่านนี้แล้วก็ตอนที่เดินผ่านตึกสวยๆสีพาสเทลเหล่านี้นั่นเอง รอบๆเป็นโซนของร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ตอนเดินผ่านอาคารบ้านเรือนในเบอร์ลิน เพื่อนๆอาจสังเกตเห็นเหมือนกันกับเราได้ว่าตามทางเดินจะมีกล่องใส่ของและหนังสือต่างๆว่างอยู่เป็น Give away box ที่เจ้าของบ้านเค้าตั้งใจแจกให้ฟรี ใครอยากได้ก็สามารถหยิบไปใช้ได้เลย อาคารสีพาสเทลในย่านเพรนซเลาเออร์ แบร์ค (Prenzlauer Berg) ภาพสตรีทอาร์ต (street art) ย่านเพรนซเลาเออร์ แบร์ค (Prenzlauer Berg) สามารถเห็นเจ้ากล่องแบบนี้ได้ตามทางเดินบนท้องถนน หน้าบ้าน หรือในอพาร์ทเม้นท์ เราชอบไอเดียนี้มากเลยเพราะเจ้าของเองก็ได้โละของที่ตัวเองไม่ต้องการแล้วและส่งต่อให้คนอื่นแทนการทิ้งลงถังขยะอย่างน่าเสียดาย เพราะของเหล่านั้นอาจเป็นที่ต้องการของคนอื่นต่อ เป็นการ Reuse ใช้ซ้ำอีกทางหนึ่ง น่าเอาไอเดียนี้ไปใช้ในไทยบ้างเนอะ Prater...

รีวิวเที่ยวเบอร์ลินด้วยตัวเอง: Crazy Creative and Hard City เราถามแฟนที่เป็นคนเยอรมันว่าถ้าให้นิยามคำ 3 คำให้กับเบอร์ลินจะนิยามว่าอะไร? เค้าตอบกลับมาว่า "Crazy Creative and Hard" Crazy ภาพ street art บนกำแพงเบอร์ลินบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ East Side Gallery เป็นภาพของธงชาติของเยอรมันและอิสราเอล (ชาวยิว) ที่อยู่บนผืนเดียวกัน ขอเตือนเพื่อนๆ ไว้ก่อนเลยว่า หากเดินเล่นอยู่ตามถนนในเบอร์ลินอยู่ดีๆ อาจจะเจอคนบ้าหลายๆ คนตามถนนเข้าได้ เดินพูดคนเดียวบ้าง นั่งคุยคนเดียวกับตุ๊กตาหมีบ้าง เพราะเราเจอกับตัวเองมาแล้ว ได้แต่เดินเร็วๆ รีบผ่านพวกเค้าไป นอกจากคนบ้าแล้วก็ยังมีคนไร้บ้านและขอทานจำนวนไม่น้อยเลย ครั้งนึงเราเดินเล่นอยู่เพลินๆ ที่ใต้สะพาน Oberbaum Bridge ก็มีคนหน้าตาดีเข้ามาขอเงินแถมพูดภาษาอังกฤษได้ชัดแจ๋วเลยประมาณว่า "พวกคุณกำลังมีช่วงเวลาที่ดีที่นี่ พอจะช่วยแบ่งเศษเงินให้ผมหน่อยได้ไหม? " เราได้แต่ส่ายหน้าและเดินหนี แต่นั่นก็เป็นครั้งเดียวที่เจอว่ามีคนเดินเข้ามาขอเงินถึงตัวแบบนี้ Creative ​ Street art ย่าน Prenzlauer Berg เบอร์ลินขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสตรีทอาร์ต...

วิธีเดินทางจากอัมสเตอร์ดัมมาเบอร์ลินด้วยรถบัส Flixbus หลังจากเที่ยวเนเธอร์แลนด์เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปนั่นก็คือกรุงเบอร์ลินในประเทศเยอรมันนั่นเอง ใครที่อยากไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมแล้วไม่รู้ว่าจะไปเมืองไหนต่อดีๆใกล้ๆ เราแนะนำเมืองนี้เลย เมืองที่แม้แต่คนเยอรมันเองก็ยังชอบและอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่.. เราเดินทางโดยรถบัสจากอัมสเตอร์ดัมมาที่เบอร์ลินใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 8.20 ชั่วโมง โดยขึ้นรถบัสจากป้ายรถ Flixbus บริเวณ Amsterdam Sloterdijk ราคาถูกสุดอยู่ที่ประมาณ 27.99 ยูโร (940 บาท) จองตั๋วรถบัสในยุโรป Flixbus Flixbus เป็นบริษัทที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสารโดยรถบัสราคาถูกทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศในยุโรปที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนยุโรปเอง เพื่อนๆสามารถจองตั๋วออนไลน์ได้ในลิงก์เว็บไซต์ของ Flixbus ที่แนบไว้ให้ได้เลยค่ะ รถบัส Flixbus ณ จุดพักรถ เลือกวันที่เราต้องการเดินทาง ราคามีหลายเรท รถออกหลายช่วงเวลา และมีหลายจุดขึ้นรถ ยิ่งจองล่วงหน้านานๆยิ่งถูกลง หลังจากจองเสร็จแล้ว จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต ทางเว็บไซต์จะส่งไฟล์ตั๋วมาให้ทางอีเมลที่เรากรอกไป เป็นไปได้แนะนำให้ปริ้นใบตั๋วออกมาเก็บไว้หรือเซฟไฟล์ pdf ไว้ที่เค้าส่งมาให้ไว้บนมือถือให้เรียบร้อยเพราะพนักงานบนรถบัสจะต้องทำการสแกนบาร์โค้ดบนตั๋วเหล่านั้นก่อนขึ้นรถ เวลาเดินทางข้ามประเทศ แม้เราจะถือวีซ่าเชงเก้นอยู่ก็ตาม ต่างชาติอย่างเราเตรียม passport...

เที่ยวทะเลเนเธอร์แลนด์

กรุงเฮก (The Hauge) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในทางตอนใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ รองมาจากอันดับสองก็คือเมืองรอตเทอร์ดาม (Rotterdam) และอันดับหนึ่งคือเมืองอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) นั่นเอง แม้กรุงเฮกจะไม่ใช่เมืองหลวงแต่เมืองนี้ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นที่ตั้งของรัฐสภาของประเทศและเป็นที่พักของกษัตริย์วิลเลียม อเล็กซานเดอร์อีกด้วย (King Willem-Alexander) ณ เมืองนี้มีชาดหาดเรียบทะเลเหนือ (North sea) ที่มีชื่อว่า ชายหาดชเวนนิงเงน (Scheveningen beach) ที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งพักผ่อนฮิตของคนดัตช์เอง