9 วันในศรีลังกา ตอนที่ 1: ก่อนออกเดินทาง

9 วันในศรีลังกา ตอนที่ 1: ก่อนออกเดินทาง

ทำไมถึงไปเที่ยวศรีลังกา? ฉันสนใจประเทศนี้ครั้งแรกตอนที่เห็นเพื่อนชาวต่างชาติถ่ายวิดีโอลงอินสตาแกรม เขากำลังขับมอเตอร์ไซด์อยู่ดีๆ ก็มีช้างโผล่มาทำท่าจะวิ่งพุ่งเข้าหาจากข้างถนน จนต้องรีบบึ่งมอเตอร์ไซด์หนีพร้อมกับเสียงตกใจปนหัวเราะ หรือลงรูปบ้านต้นไม้พร้อมกับแคปชั่นว่า “childhood dream comes true”

ฉันได้ยินชื่อของประเทศนี้อีกครั้งจากพี่ที่รู้จักอีกคน เขาบอกว่าอยากจะลองนั่งรถไฟในศรีลังกาดูสักครั้ง.. ตอนแรกฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีในศรีลังกา เพราะแทบไม่รู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับที่เที่ยวในประเทศศรีลังกามาก่อน แต่พอลองค้นหาดูก็พบว่ามีสถานที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย แม้นักท่องเที่ยวบางคนบอกว่าด้วยสภาพอากาศ อาหาร และค่าครองชีพที่ไม่ต่างกันมากนัก ประเทศไทยของเราน่าสนใจกว่า.. แต่ 9 วันที่ฉันได้ใช้เวลาอยู่ในศรีลังกา บอกได้เลยว่าไม่พอ!

บ้านต้นไม้ในเมืองสิกิริยา (Sigiriya) ประเทศศรีลังกา

 

วีซ่าท่องเที่ยวประเทศศรีลังกา

 

ไปเที่ยวศรีลังกาต้องขอวีซ่าด้วยแต่ก็ไม่ยุ่งยากเลย ราคาวีซ่าท่องเที่ยวของศรีลังกาอยู่ที่ประมาณ 40$ (1,100 บาท) ฉันทำวีซ่าไปศรีลังกาแบบออนไลน์ กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย เสร็จปุ๊ปก็จ่ายเงินออนไลน์ แล้วก็ปริ้นอีเมลยืนยันเก็บไว้เป็นหลักฐานให้กับตม.ที่นู่น

ผู้อ่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ Get in – Visa Rules ในเว็บไซต์ Wiki Voyage ได้เลย ปกติฉันจะดูข้อมูลท่องเที่ยวในต่างประเทศผ่านเว็บไซต์นี้ที่เป็นแหล่งข้อมูลฟรี ใครที่อยากแชร์ประสบการณ์ตรงก็สามารถเข้าไปอัปเดตข้อมูลต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ร้านอาหารแนะนำ ที่พักดีๆ และอื่นๆ อีกมากมาย

ระหว่างรอรถไฟกลับไปที่เมืองหลวงของศรีลังกา เมืองโคลัมโบ (Colombo)

 

จองตั๋วเครื่องบินราคาถูกไปศรีลังกา

 

ได้วีซ่าไปศรีลังกาเรียบร้อยแล้วก็มาจองตั๋วเครื่องบินไปศรีลังกากันต่อ ฉันมักจะค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกเวลาไปเที่ยวต่างประเทศจากเว็บไซต์ Skyscanner เพราะสามารถเปรียบเทียบราคาของหลายๆ สายการบินในวันเดียวกันได้ ฉันเลือกเที่ยวบินของ Srilankan Airline ซึ่งราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ – โคลัมโบอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท รวมมื้ออาหารศรีลังกา 1 มื้อแล้วเรียบร้อย เป็นเที่ยวบินตรง ใช้เวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เผลอแป๊ปเดียวเครื่องก็ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติบันดารานายาเก (Bandaranaike International Airport)

มีนักท่องเที่ยวให้เห็นบ้างแต่บางตา..

อ่านวิธีจองตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์ Skyscanner ได้ที่นี่: แนะนำวิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกและคุ้มที่สุดสำหรับการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศ เอาใจแบ็คแพ็คเกอร์สายประหยัดเหมือนกัน

วิวระหว่างทางระหว่างที่ฝนตกปรอยๆ ขณะนั่งรถไฟจากเมืองแคนดี้ (Kandy) ไปที่เมืองบาดุลลา (Badulla)

 

ซื้อซิมการ์ดที่สนามบิน

 

พอเดินออกมา เห็นชื่อธนาคาร Ceylon Bank ในสนามบินก็ขำว่าทำไมถึงเขาถึงเอาชื่อชามาตั้งเป็นชื่อธนาคาร แต่แฟนกลับขำฉันแทนแล้วบอกว่าซีลอนคือชื่อเดิมของประเทศศรีลังกาต่างหาก ชาซีลอนที่มีรสชาติเข้มข้นก็มีต้นกำเนิดมาจากประเทศนี้นี่เอง

ฉันไม่ได้แลกเงินจากไทยไปก่อน แต่ใช้วิธีกด ATM ที่สนามบินในศรีลังกาแทน ค่าธรรมเนียมในการกด 50 บาทและกดได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อครั้ง ที่สนามบินตรงใกล้ทางออกจะมีซุ้มขายซิมการ์ดให้เลือกอยู่สองสามร้าน ฉันสอบถามราคาแต่ละร้านแล้วค่อยเลือกอันที่ถูกที่สุดเป็น 5 GB ราคา 200 บาท เหลือเฟือสำหรับ 9 วันแชร์ใช้กัน 2 คน

หลังจากที่ซื้อซิมการ์ดเสร็จ ก็เข้าแอป Uber เรียกรถมารับไปยังที่พัก

วิวระหว่างทางระหว่างที่ฝนตกปรอยๆ ขณะนั่งรถไฟจากเมืองแคนดี้ (Kandy) ไปที่เมืองบาดุลลา (Badulla)

 

จองที่พักในศรีลังกา

 

ก่อนเดินทางจากไทย พวกเราจองที่พักใน Airbnb ที่เมืองโคลัมโบไว้สำหรับ 2 คืนแรก เป็นครั้งแรกที่ได้ลองจองที่พักผ่าน Airbnb ซึ่งที่พักส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของ guest house ที่พักที่พวกเราจองเป็นบ้านของคนศรีลังกาที่เปิดห้องว่างให้แขกเข้ามาพักได้ ที่บ้านสะอาดสะอ้าน เจ้าของบ้านพยายามดูแลพวกเราเป็นอย่างดี มีอาหารเช้าพร้อมกาแฟ ชา ขนมปัง เนย นม น้ำตาลบริการ ราคาแค่ 400 บาทต่อคืนเท่านั้น ถูกและคุ้มมากๆ แถมยังได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของบ้านชาวศรีลังกาด้วย

วิวระหว่างทางระหว่างที่ฝนตกปรอยๆ ขณะนั่งรถไฟจากเมืองแคนดี้ (Kandy) ไปที่เมืองบาดุลลา (Badulla)

 

ทริปไปเที่ยวศรีลังกาเป็นทริปแรกที่ไม่ได้วางแผนการเดินทางไว้เป๊ะๆ เหมือนอย่างเคย คิดไว้แค่คร่าวๆ ว่าอยากไปเมืองอะไรและที่เที่ยวไหนในประเทศศรีลังกาบ้าง ยังไม่ได้จองที่พักไว้สำหรับทุกคืน เพราะพวกเราอยากลองไปเที่ยวกันแบบชิวๆ ไม่ต้องวางแผนไปซะทุกอย่างดู

อ่านนั่งรถไฟในศรีลังกาตอนต่อไปได้ที่นี่: ตอนที่ 2: ราตรีสวัสดิ์ โคลัมโบ

7 Comments