เที่ยวเมืองเดรสเดน (Dresden) ประเทศเยอรมัน (Germany) ใน 1 วัน

เที่ยวเมืองเดรสเดน (Dresden) ประเทศเยอรมัน (Germany) ใน 1 วัน

เที่ยวเมืองเดรสเดน (Dresden) ใน 1 วัน

เดรสเดน (Dresden) เป็นเมืองในประเทศเยอรมันที่ถูกทำลายอย่างหนักจากระเบิดของกองทัพอากาศอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอๆกับเมืองโคโลญจน์ (cologne) แต่ผู้คนในเมืองร่วมด้วยช่วยกันทำให้เมืองนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เดรสเดนที่เราเห็นในวันนี้จึงกลายเป็นเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย มีร้านขายของที่ระลึกที่ขายของตกแต่งสำหรับเทศกาลคริสต์มาสน่ารักๆกันตั้งแต่เดือนสิงหาคม มีตึกสวยรายล้อมอยู่หลายหลัง และมีโบสถ์ที่สวยงามและขนาดใหญ่มากตั้งตระหง่านอยู่ตรงใจกลางเมืองเปรียบเหมือนกับหัวใจของเมืองนี้ นั่นก็คือโบสถ์แม่พระเดรสเดิน (Dresden Frauenkirche, เดรสเดินเฟราเอินเคียร์เชอ) เป้าหมายที่เราตั้งใจมากันในวันนี้นั่นเอง ภาพตรงหน้าที่ได้เห็นในตอนนี้ลบภาพความจริงที่เคยเกิดขึ้นไปเลยว่า โบสถ์หลังนี้เคยถูกระเบิดพังจนแทบไม่เหลือชิ้นดีมาก่อน

โบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) ในปัจจุบัน August 2019

โบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) ที่ถูกทำลายอย่างหนัก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บนโปสต์การ์ดในร้านขายของที่ระลึกในเมืองเดรสเดน

วันนี้เรามาเที่ยวเมืองเดรสเดน (Dresden) เป็นเวลา 1 วันกับครอบครัวของพี่สาวแฟนกัน โดยขับรถมาจากเมืองไลพ์ซิก (Leipzig) ซึ่งเดรสเดน (Dresden) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในรัฐแซกโซนี รองมาจากเมืองไลพ์ซิก (Leipzig) อีกที ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นก็ถึงแล้วค่ะ เพราะว่าไม่ต้องห่วงเรื่องรถติดเลย ถนนในประเทศเยอรมันเป็นถนนที่ถูกไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วก่อนสร้างให้เพียงพอและครอบคลุมไปทั่วประเทศ แม้จะเป็นประเทศที่ผลิตรถยนต์เป็นอันดับ 1 ของยุโรปแต่ก็แทบไม่มีปัญหาเรื่องรถติดให้เห็น ตอนที่เรานั่งอยู่ในรถแล้วรถบนถนนค่อนข้างเยอะสำหรับคนเยอรมันเค้า แม้ว่ารถก็ยังขับเคลื่อนไปได้เรื่อยๆอยู่ แฟนของพี่สาวที่เป็นคนขับก็เริ่มบ่นขึ้นมาแล้ว เราก็แอบนั่งขำกะแฟนว่า รถติดสำหรับคนเยอรมันกับรถติดสำหรับคนไทยในกรุงเทพนี่เทียบไม่ติดเลย

ถึงแล้วที่ที่เราตั้งใจมากันในวันนี้โบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) รายล้อมไปด้วยตึกสีสันสดใสมากมาย ด้านหน้าของโบสถ์จะสังเกตได้ว่ามีอนุสาวรีย์ของมาร์ติน ลูเทอร์ตั้งอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่รอดมาได้ ไม่ได้รับความเสียหายจากระเบิดเหมือนกับตัวโบสถ์ มาร์ติน ลูเทอร์คือผู้ปฏิรูปศาสนาคริสต์จากคริสตจักรโรมันคาทอลิกมาเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ เพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระสันตะปาปาที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างหรูหราและความเชื่อที่ว่า ต่อให้ทำบาปมาแค่ไหนก็สามารถซื้อใบฎีกาไถ่บาปได้ ซึ่งในศตวรรษที่ 11 โบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) ที่เคยเป็นโบสถ์ของศาสนจักรโรมันคาทอลิกมาก่อน ถูกปฏิรูปมาเป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ของนิกายลูเทอแรนแทนในศตวรรษที่ 18 มาจนถึงปัจจุบัน

ลูเทอร์เป็นที่รู้จักจากการกระทำที่ได้นำประกาศญัตติ 95 ข้อ (The 95 Theses) ติดที่ประตูโบสถ์ในเมืองวิตเทนบูร์ก (Wernberg) เพื่อประณามการขายใบยกโทษบาปของสันตะปาปาและอื่นๆ ทำให้ต่อมาได้รับหมายการตัดขาดจากศาสนา (Excommunication) จากพระสันตะปาปา จนต้องออกไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่เมืองวอร์มส์ (Worms) พร้อมกับผู้ติดตาม ทำงานแปลพันธสัญญาใหม่และงานพิธีกรรมจากภาษาลาตินเป็นภาษาเยอรมัน เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่รู้ภาษาละตินสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในพิธีกรรมได้ด้วย

หลังจากที่โบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) ได้พังทลายลงในปี 1945 ความคิดที่จะระดมทุนเงินบริจาคเพื่อชุบชีวิตโบสถ์หลังนี้อย่างจริงจังให้กลับขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งก็เกิดขึ้น แต่กลับต้องถูกหยุดชะงักลงด้วยปัญหาทางการเมืองที่เยอรมันถูกแบ่งออกเป็นฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกและเมืองเดรสเดนตกอยู่ในการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ในประเทศเยอรมันตะวันออก ที่แห่งนี้เลยถูกทิ้งให้รกร้างกว่า 50 ปีกว่าจะได้เริ่มทำการบูรณะในที่สุดในปี 1993 ซึ่งหากมองที่ตัวโบสถ์ดีๆ โดยเฉพาะตรงด้านซ้ายของโบสถ์จะเห็นได้ว่าจะมีบริเวณของหินที่มีสีคล้ำกว่าบริเวณอื่น เพราะนั่นคือหินทรายก้อนเก่าที่มีสีคล้ำจากเขม่าควันของระเบิดที่ถูกนำกลับมาใช้สร้างเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์แห่งนี้อีกครั้ง รวมแล้วมากกว่า 3,800 ก้อน !

เหล่านักโบราณคดี สถาปนิก และวิศวกรหลายร้อยคนได้เข้าไปช่วยกันค้นหา เก็บรวบรวมหินและชิ้นส่วนอื่นๆของโบสถ์จากซากปรักหักพังไว้ให้ได้มากที่สุด นำมาทำความสะอาด จดขนาด วัดน้ำหนักกันแบบชิ้นต่อชิ้น เพื่อที่จะดูว่าแต่ละชิ้นมันเคยอยู่ตรงไหนของโบสถ์ และพอจะมีชิ้นไหนที่นำกลับมาใช้ได้บ้าง คือสุดยอดมาก คนเยอรมัน !

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบสินค้าต่างๆออกมาไม่ว่าจะเป็นเหรียญ นาฬิกา ไม้กางเขน และอื่นๆ เพื่อนำออกขาย รวบรวมเงินบริจาคมาใช้ในการบูรณะโบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) จนในที่สุดโบสถ์แห่งนี้ก็ได้รับเงินบริจาคมากพอจากการช่วยเหลือของคนจากทั่วสารทิศ เพราะแค่เพียงคนเดรสเดนและคนเยอรมันเองก็คงไม่พอ ยังได้รับแรงสนับสนุนเงินบริจาคจากประเทศอื่นๆมากกว่า 20 ประเทศอีกด้วย โดยต้องใช้เงินจำนวนมากถึง 180 ล้านยูโรหรือประมาณ 6,000 ล้านบาท ! และเวลานานเกือบ 13 ปี กว่าจะได้โบสถ์แห่งนี้กลับมาเป็นหัวใจของคนเดรสเดนอีกครั้ง สงครามสร้างความเสียหายได้มากมายถึงขนาดนี้

หากได้เข้าไปชมภายในตัวโบสถ์แล้ว แนะนำให้ลงไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อดูโซนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของสำคัญและเรื่องราวของโบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) แห่งนี้ไว้ด้วยนะคะ เพราะจะทำให้เราเข้าใจและทึ่งถึงความตั้งใจและความสามารถของคนเยอรมัน ที่ช่วยกันชุบชีวิตโบสถ์แห่งนี้ให้ขึ้นมาตั้งตระหง่ากลางเมืองเดรสเดนได้อีกครั้ง มันคงไม่ง่ายเลย ยอมใจในความทุ่มเทของพวกเค้าจริงๆ

ภายในของโบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche)

พิกัด/แผนที่โบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche): Frauenkirche Dresden Google Map

วันเวลาที่เปิดให้บริการของโบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche): จันทร์ถึงศุกร์ 10.00 – 12.00 น. และ 13.00 – 18.00 น. สามารถดูข้อมูลตารางเวลาที่แน่นอนเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของโบสถ์ได้เลยที่นี่ Frauenkirche Dresden openning hours

ร้านขายของที่ระลึกในเมืองเดรสเดน (Dresden)

ในเมืองเดรสเดน (Dresden) มีร้านขายของที่ระลึกอยู่ตามตึกที่รายล้อมโบสถ์อยู่หลายร้าน โดยส่วนใหญ่จะขายของตกแต่งบ้านในช่วงเทศกาลคริสต์มาสซะเยอะ มีตั้งแต่อันใหญ่แบบราคาแพงหูฉี่ไปจนถึงอันเล็กๆน่ารักๆอย่างห้องจิ๋วในกล่องไม้ขีดที่ราคากล่องละ 20 ยูโร (670 บาท) ที่เราชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อดีไหม แต่สุดท้ายก็เดินออกจากร้านไปมือเปล่าเพราะมันแพง ฮ่าๆ ลองแวะเข้าไปเดินเล่นในร้านดูก็หูตาแพรวพราวเลยเพราะมีแต่ของน่ารักๆ รายล้อมในบรรยากาศคริสต์มาสกันตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปเลย ใครที่อินกับเทศกาลคริสต์มาสก็ลองไปเดินดูของเล่นในร้านขายของที่ระลึกในเดรสเดนกันดูค่ะ

Procession of Princes (Fürstenzug)

บรรยากาศด้านนอกของโบสถ์ก็จะมีรถม้าคอยให้บริการนักท่องเที่ยว มีคนแต่งตัวแบบย้อนยุคเพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่ด้วยได้แลกกับเงินเล็กๆน้อยๆ เราอยากได้ภาพบรรยากาศแต่ไม่อยากเสียเงินก็ได้แต่ถ่ายรูปอยู่ห่างๆ ฮ่าๆ ใกล้กันเป็นกำแพงที่มีภาพของผู้ปกครองแซกโซนีทั้งราชตระกูลเคานท์, ดยุก, พรินซ์อีเล็คเตอร์ และกษัตริย์เยอรมันตั้งแต่ปี 1127 – 1904 เคยเป็นเพียงแค่ภาพวาดมาก่อนตั้งแต่ปี 1871 เพื่อเฉลิมฉลอง 800 ปีของการครอบครองโดยราชวงศ์เว็ททีน (House of Wettin) แต่ถูกแทนที่ต่อมาด้วยเครื่องเคลือบดินเผาไมเซิน (Meissen porcelain) ในปี 1904 เพื่อให้คงทนอยู่นานได้มากขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 23,000 ชิ้น

แนะนำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเยอรมัน NORDSEE ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ !

เดินไปเดินมาก็เริ่มหิวซะแล้ว เราเลยพากันหนีจากโซนนักท่องเที่ยวที่อาหารราคาแสนจะแพงไปหาอะไรกินที่ห้างที่อยู่ไม่ไกลกันแทน ว่าแต่มีด้วยหรือ? ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ดีต่อสุขภาพ เราบอกเลยว่าที่เยอรมันมีค่ะ ! เรามากินมื้อกลางวันกันที่นี่ ร้าน NORDSEE ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติเยอรมันที่เน้นไปที่เมนูปลาต่างๆ มีหลากหลายเมนูให้เลือก ทั้งฟิชแอนด์ชิพ มันฝรั่งทอด แฮมเบอร์เกอร์ปลาทอด แซนด์วิชปลา กุ้งทอดก็มี ส่วนเราเลือกเมนูปลาแซลมอนกับข้าว เพราะอยู่นี่กินขนมปังบ่อยแล้ว บอกเลยว่าอาหารเค้าอร่อยมาก ! แถมราคาก็ไม่แพงเวอร์อีกด้วยค่ะ เราอยากแนะนำร้านนี้ต่อให้เพื่อนๆที่มีแพลนจะไปเที่ยวเยอรมันมากๆ ใครที่เป็นสายประหยัดและชอบกินปลารับรองว่าฟินเหมือนเราแน่นอน 🙂

ปลาแซลมอนกับข้าว 10.95 ยูโร (370 บาท) อันนี้จะแพงสุด แต่อันอื่นจะถูกกว่ามาก

ที่เราชอบมากๆอีกอย่างนึงของร้านนี้ก็คือถ้วยใส่ซอสเค้าทำมาจากโคนไอศครีม ไม่ใช้พลาสติก ลดขยะจากพลาสติกไปอีกแรง เราเห็นลูกของพี่สาวก็ถือถ้วยซอสกินเป็นไอติมไปเลย ฮ่าๆ

เราได้ราคาที่ถูกลงไปกว่าเดิมอีก เพราะพี่สาวมีแอปพลิเคชันของทางร้าน ซึ่งแจกส่วนลดหนักมาก ใครที่ไปเยอรมันแล้วซื้อซิมเยอรมันมาใช้ ก็ลองโหลดแอพนี้มาใช้กันดูได้ค่ะ จะได้ส่วนลดเพิ่มไปอีก NORDSEE APP ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น UG ของห้าง Altmarkt-Galerie Dresden ดูแผนที่ได้ที่นี่เลยค่ะ NORDSEE DRESDEN MAP

พิกัด/แผนที่ NORDSEE Dresden: Altmarkt-Galerie Dresden Google Map

วันเวลาที่เปิดให้บริการของ NORDSEE Dresden: จันทร์ถึงเสาร์ 10.00 – 21.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ร้านคาเฟ่เยอรมั๊นเยอรมัน Emil Reimann

หลังจากที่กินอาหารกลางวันกันเสร็จ ตอนนั้นเราคืออิ่มมากแล้ว แต่ครอบครัวของพี่สาวแฟนก็พาไปที่คาเฟ่ต่ออีก มากินขนมหวานกันต่อที่ร้าน Emil Reimann ในห้าง Altmarkt-Gaเlerie Dresden แต่เราไม่สามารถกินอะไรเพิ่มได้อีกแล้วในตอนนั้นเพราะอิ่มมากจริงๆ เราเลยสั่งแต่ลาเต้แก้วนึงมาดื่มแทน ทุกคนก็สั่งกาแฟมาดื่มเหมือนกัน ไม่ลาเต้ก็คาปูชิโน มีแค่พ่อหนุ่มอายุ 17 ลูกชายพี่สาวแฟนเราคนเดียวที่สั่งเอสเพรสโซ่ช็อตมา ยอมแล้ว ฝรั่งเค้านี่โตไวจริงๆ ทุกคนต่างก็สั่งของหวานมากินคู่กับกาแฟด้วยยกเว้นเรากับแฟน (กินกันไหวได้ไงเราคิดในใจ)

ขนมเค้ก ขนมหวานก็มีความเป็นเยอรมันมากๆ เห็นแล้วนึกถึงขนมในงานSchulanfang กับขนมที่กินตอนดื่มกาแฟยามบ่ายที่บ้านของหลานชายแฟน เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมการกินของคนเยอรมันที่เราสังเกตได้เลยตอนอยู่ที่นั่นเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน มองไปโต๊ะอื่นก็จะเห็นครอบครัวพากันมาแวะดื่มกาแฟ กินขนม และพูดคุยกัน มีแต่วัยไม่รุ่นแล้วทั้งนั้นเลย ซึ่งเราว่าเป็นอะไรที่น่ารักดี เป็นเหมือนกิจกรรมของครอบครัว มากินขนมอร่อยๆ จิบกาแฟไปด้วย คุยกันไปด้วย

เมนูร้าน Emil Reimann

ร้านก็มีคนเข้ามาในร้านเรื่อยๆเลยไม่ได้ขาด ราคาขนมในร้านก็ไม่แพง ชิ้นใหญ่มากแต่ตกราคาชิ้นละ 0.95 – 1.8 ยูโรเท่านั้น (32 – 60 บาท) ส่วนกาแฟราคาก็ปกติ คาปูชิโน 2.6 ยูโร (88 บาท) ลาเต้ 2.8 ยูโร (95) บาท นอกจากนี้ทางร้าน ยังมีขนม local ขายด้วยพวกคุกกี้ เป็นเหมือนขนมสำหรับเทศกาลคริสต์มาสที่เริ่มขายกันตั้งแต่เดือนสิงหาคมกันเลย

Dresden Cathedral (Katholische Hofkirche)

ไม่ไกลกันจากโบสถ์แม่พระเดรสเดน (Dresden Frauenkirche) ที่เป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ เดินออกมาจะเห็นว่ามีโบสถ์อีกแห่งนึงที่ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเอลเบอซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่สำคัญของเมือง พอเข้าไปข้างในก็จะเห็นถึงความแตกต่างเลยว่าจะมีรูปภาพของพระเยซูและรูปพระตายของพระเยซูอยู่ด้วย ที่นี่เราเห็นห้องสารภาพบาปเป็นครั้งแรก และบริเวณทำพิธีอื่นๆตามธรรมเนียมของคริสต์นิกายคาทอลิกอีกด้วย

พิกัด/แผนที่ Dresden Cathedral: Cathedral Dresden Google Map

วันเวลาที่เปิดให้บริการของ Dresden Cathedral: จันทร์ – พฤหัส 9.00 – 17.00 น., ศุกร์ 13.00 – 17.00 น., เสาร์ 10.00 – 17.00 น., อาทิตย์ 12.00 – 17.30 น.

จุดชมวิวเมืองเดรสเดน (Dresden)

หลังจากที่เราได้เดินเล่นในใจกลางเมืองเดรสเดน (Dresden) กันซักพัก เราก็พากันขับรถข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่งเพื่อขึ้นรถโมโนเรลลอยฟ้า (hanging monorail) ที่มีชื่อว่า Schwebebahn Dresden เพื่อขึ้นไปดูวิวของเมืองเดรสเดนจากด้านบนกันบ้าง มาถึงตรงนี้สิ่งที่เตะตาเราก่อนเลยอันดับแรกก็คือบ้านเก่าแบบเยอรมันที่มีสไตล์เป็นของตัวเองที่มีอยู่หลายหลังโดยรอบ ลองสังเกตดูจะเห็นได้ว่าตัวบ้านจะมีไม้พาดไปมาที่ด้านนอก และสีตุ่นๆหน่อยอย่างมีน้ำตาล สีครีม สีขาว และสีส้มอิฐ วินเทจดี เราชอบ ซึ่งบ้านเหล่านี้ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเหล่าร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ และร้านอาหารจนหมดแล้ว เราเดินผ่านบ้านเหล่านี้ไปเรื่อยๆเพื่อไปยังจุดขึ้นรถไฟเพื่อไปชมวิวของเมืองกัน

 

ราคาค่าตั๋วรถโมโนเรลลอยฟ้า (Dresden Suspension Railway) เพื่อขึ้นไปชมวิวของเมืองเดรสเดน (Dresden) ทั้งขาไปและกลับใบละ 5 ยูโร (170 บาท) ตั๋วขาเดียวขึ้นหรือลงใบละ 4 ยูโร (135 บาท) ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเลย

ที่นี่มีความพิเศษตรงที่เป็นหนึ่งในโมโนเรลลอยฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดของโลก เพราะสร้างมาตั้งแต่ปี 1901 ! สมกับเป็นประเทศแห่งวิศวะกรรมซะจริง จากในภาพหรือแม้แต่ของจริงก็ตามดูไม่เก่าเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างมานานเป็น 100 ปีแล้ว

วิวของเมืองเดรสเดนจากด้านบน

วิวของเมืองเดรสเดน (Dresden) มองออกไปได้ไกลแบบสุดลูกหูลูกตาเลย มองจากด้านบนยังเห็นคนกำลังพายเรือคายัคอีกต่างหาก นึงถึงตัวเองตอนพายเรือเล่นในไลพ์ซิก เลย เหนื่อยมากเวอร์ แต่ก็อดอิจฉาคนเยอรมันเค้าไม่ได้นะที่เค้ามีแม่น้ำสะอาดๆให้ได้พายเรือเล่นออกกำลังกายกัน

มองไปที่ด้านหลังของจุดชมวิวจะเป็นโซนที่อยู่อาศัยของคนเดรสเดน
ข้างบนมีคาเฟ่เล็กๆตั้งอยู่ด้วย ไม่หรูแถมราคาไม่ได้แพงมาก พี่ชอบเลย

และนี่ก็คือสิ่งที่พี่ชอบที่สุดเลยในการขึ้นชมวิวของเมืองเดรสเดนในครั้งนี้ ไอศครีมอร่อยๆตอนซัมเมอร์ในเยอรมัน แดดร้อน ได้ไอศครีมเย็นๆอร่อยๆ หายเหนื่อยเลย ยิ้มไม่หุบเลยทีนี้ หน้าตาธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดา เป็นไอติมโฮมเมด ไม่หวานมาก แถมหอมนมเนย ใครได้ไปชมวิวกันที่นี่เราแนะนำให้ซื้อไอติมร้านนี้ลองกินกันนะ แค่ถ้วยละ 2.9 ยูโร (98 บาท)

พิกัด/แผนที่ รถโมโนเรลลอยฟ้า เมืองเดรสเดน: Dresden Suspension Railway Google Map

วันเวลาที่เปิดให้บริการของ รถโมโนเรลลอยฟ้า เมืองเดรสเดน: ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.

ตอนเดินออกมาจากสถานีรถไฟโมโนเรล Dresden Suspension Railway ก็จะเจอร้านขายของจากเกษตรกรโดยตรงทั้งของสดอย่างพืชผักและผลิตภัณฑ์ต่างๆ พวกยาสระผมและเครื่องใช้อื่นๆที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติ น่าสนับสนุนมากๆ ใครที่เป็นสายกรีนจะต้องชอบมากแน่ๆ ซึ่งพี่สาวแฟนเราก็ชอบซื้อของจากร้านเหล่านี้มาก พวกเราเลยแวะเข้าไปเดินเล่นในร้านนี้กัน ได้น้ำอัดลมรสผลไม้มากันคนละขวด 2 ขวด ซึ่งเป็นยี่ห้อ Voelkel และรสส้มสีเลือดที่เรากับแฟนลองกินที่ร้านขายโดเนอร์ในเบอร์ลิน Voner (The vegetarian doner) นั่นเอง

และนี่ก็คือภารกิจเที่ยวเมืองเดรสเดน (Dresden) ใน 1 วันของเราที่จบไปแบบเต็มอิ่มเลยทั้งวัน ได้ทำอะไรหลายอย่างมากใน 1 วัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าเมืองที่เคยถูกทำลายอยากหนักมากถึง 90% ในตัวเมืองช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จะถูกฟื้นฟูทำให้กลับมามีชีวิตชีวาได้ขนาดนี้อีกครั้ง เป็นอีกเมืองท่องเที่ยวของประเทศเยอรมันที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมชมความสวยงามของที่นี่หลายล้านคนต่อปี ภายใต้ความสวยงามนั้น ยังมีความเงียบสงบ และมีความแข็งแกร่งซ่อนอยู่ในนั้นอีกด้วย เป็นความสวยงามที่เราดีใจที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมเมืองนี้ เรียนรู้เรื่องราว และทึ่งให้กับความสู้และพยายามของคนเยอรมันที่ได้ชุบชีวิตเมืองแห่งนี้ขึ้นมาได้อย่างมีชีวิตชีวาจริงๆ

อ่านเที่ยวไลพ์ซิกด้วยตัวเองตอนก่อนหน้าได้ที่นี่: เที่ยวไลพ์ซิก (Leipzig) ตอนที่ 5: บ้านเล็กในสวนของคนไลพ์ซิก ตลาดขายของเก่า Agra และ farmer market กลางเมือง

อ่านเที่ยวยุโรปด้วยตัวเองตอนต่อไปได้ที่นี่: รีวิวเที่ยวปราก (Prague) สาธารณะรัฐเช็ก (Czech Republic) ตอนที่ 1: นั่งรถไฟจากเยอรมันไปปรากและแนะนำคาเฟ่ขนมอร่อยในปราก

Reference: Dresden Frauenkirche by newworldencyclopedia


เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-เดรสเดนได้ที่นี่: http://bit.ly/Cheapflights-BKK-Dresden

แนะนำวิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกและคุ้มที่สุดสำหรับการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศ เอาใจแบ็คแพ็คเกอร์สายประหยัดเหมือนกัน

เรื่อง: ตรีสุคนธ์ จีระมะกร (ตรี)

ฟรีแลนซ์นักแปลไทย-อังกฤษและนักเขียนคอนเทนต์

Tags:
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
4 Comments